ตัดตามสบาย, ขอสั้นๆก็พอ
posted on 31 Jul 2007 19:49 by chubbyhole in Head-in-the-Holeผมเคยมีปัญหาเรื่องผม ไว้สั้นมันชี้ พอยาวก็กลายเป็นลีบแบน
แล้วที่สำคัญมันไม่เกาะกันเลย, ปลิวไปมา เจลเอาไม่อยู่
เมื่อแต่งผมยาก ก็หาคนตัดผมถูกใจยาก
ผมเคยผูกขาดการตัดผมกับช่างคนเดียวคือลุงสายฝน
(ลุงสายฝนคาบบุหรี่สายฝนตลอดเวลา) ไว้ใจอยู่คนเดียวตั้งแต่เด็กจนโต
ตอนนั้นเบื่อพวกช่างซาลอนที่ความเป็นศิลปินสูง สั่งอย่างออกมาอีกอย่าง
กับลุงสายฝนมันเหมือนตัดด้วยมือของตัวเอง ทั้งที่ผมชอบไว้ผมสั้น
มันน่าจะตัดง่ายๆ ไม่มากเรื่อง
มีสองเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อหกปีที่แล้ว
๑. การค้นพบเจลใส่ผมประเภท glue, paste,
หรือพวก extra hold บางรุ่น และ
๒. การเปลี่ยนมาไว้ผม 'ทรงเพิ่งคลอด' -ลูบผมลงมา แล้วปาดด้านหน้าขึ้น
สูงต่ำแล้วแต่ชอบ (ผมสั้นๆ เจลเปียกๆ ลูบลงมาทั้งหัว
กรุณาคิดภาพผมลู่ๆ ของเด็กเพิ่งคลอดออกมา)
รายการ Queer Eye for the Straight Guy เคยแนะนำว่าู
ต้องลูบจากข้างหลังมาข้างหน้าเท่านั้น
ใช้เจลดีๆ ทรงนี้ทำง่ายมากครับ
คราวนี้ไม่ว่าช่างจะเป็นใคร ตัดออกมาเป็นยังไง
ถ้าไม่ชอบใจผมก็แก้ไขเป็นทรงเพิ่งคลอดได้ด้วยเจลความหนืดสูง
โชคดีที่แฟชั่นผู้ชายเปลี่ยนช้า ไม่ต้องเปลี่ยนทรงกันบ่อยๆ
ทรงเพิ่งคลอดฮิตมาเกือบสิบปีแล้ว ค่อยๆ ใส่ลูกเล่น, ทำชี้นิดๆ
หรือทำให้ดูยุ่งๆ รกๆ กลายเป็นง่ายไปอีก ลูบมั่วๆ ก็ดูเหมือนตั้งใจทำ
คาดว่าทรงเพิ่งคลอดจะฮิตต่อไปอีกหลายปี
ผมอาจจะแก่เกินไป ไม่ค่อยเข้าใจทรงยาวๆ แหลมๆ ที่ข้างหูของวัยรุ่นวันนี้
ผมว่ามันประหลาด มีน้อยคนที่ทำแล้วดูดี
ถ้าหน้าอ่วมจะดูอ่วมมากขึ้น, มันดูไม่สะอาด
ผมคิดเอาเองว่าผู้ชายตัดผมยิ่งสั้นยิ่งดูดี
เมื่อการแต่งผมเป็นเรื่องง่ายขึ้น ทำเองได้เสมอ ผมจึงกล้าพบช่างใหม่ๆ
รู้สึกมั่นใจขนาดบอกช่างว่า ตัดตามสบาย, ขอสั้นๆก็พอ
ผมยอมให้ช่างได้แสดงออก และใช้เทคนิคของตัวเองอย่างเต็มที่
ช่างตัดตรงไหน ผมจะเลี่ยงไปมองที่อื่น ไม่จ้องหรือโฟกัสตรงนั้น
เป็นการแสดงความไว้วางใจ ไม่ให้รู้สึกกดดัน
และผมจะไม่สั่ง ไม่แนะนำ
เวลาเห็นช่างงุ่มง่าม ดูรู้ว่าเป็นมือใหม่ ผมยิ่งให้กำลังใจ
-โดยการหลับตา ไม่ดู ไม่จับผิด
เพราะรู้ว่าถ้าพลาด ผมสามารถใส่เจลแต่งมั่วๆ กลบเกลื่อนได้
และธรรมชาติของผมสั้นจะยาวเร็ว ถ้ามันเด๋อ,
มันจะหายเด๋อเองในสองสามวัน
เพราะเป็นเจ้าของผม และมีประสบการณ์ถูกตัดผมมาตลอดชีวิต
จึงพอรู้ว่าช่วงไหนช่างควรจะตัดแบบไหน ควรใช้อะไร
วันนี้, ถึงช่วงที่ช่างควรจะทำให้ผมบางลงโดยใช้กรรไกรซอยบาง
(-เค้าเรียกกันแบบนี้รึเปล่า, กรรไกรที่ขาข้างหนึ่งเป็นหวี,
กรรไกรมหัศจรรย์ที่ตัดแล้วผมยาวเท่าเดิมแต่บางลง)
เห็นแกยังงุ่มง่าม ตัดสินใจไม่ถูก ผมได้แต่นึกสั่ง ส่งกระแสจิตในใจ
-กรรไกรซอยบาง, กรรไกรซอยบาง
อารมณ์เหมือนคุณหมอนักโทษแฮริสัน ฟอร์ด ในหนัง Fugitive
ฉากที่แกหงุดหงิด, ลุ้นให้หมอ(มือใหม่)หยิบฟิล์มเอ็กซเรย์ของคนไข้เด็กขึ้นมาตรวจ
-เช็คฟิล์มเอ็กซเรย์, เช็คฟิล์มเอ็กซเรย์
ในที่สุดแก(หรือ เธอ)ก็หยิบกรรไกรซอยบางขึ้นมา
ผมรู้สึกโล่งใจ เหมือนแฮริสัน ฟอร์ด ออกตามหาโจรแขนเดียวต่อไปอย่างโล่งอก
ปกติช่างจะไม่ได้ยินข้อทักท้วงจากผม
ผมมักปล่อยให้เขาเห็นข้อผิดพลาดเอง ถ้าต้องพูดกันจริงๆ
อย่างวันนี้, ผมจะใช้ธรรมเนียมการพูดแบบอ้อมๆ ของคนญี่ปุ่น
(คนญี่ปุ่นมักหลีกเลี่ยงคำพูดตรงไปตรงมา อย่างเช่น "ผมคิดว่าอย่างนี้"
หรือ "ความคิดผมคืออย่างนี้" แต่จะพูดทำนองว่า "คิดว่าเป็นอย่างนี้กระมัง"
หรือ "ผมคิดว่าอย่างนี้, ไม่ทราบว่าคุณเห็นเป็นอย่างไร"
เป็นการเปิดโอกาสให้คู่สนทนาได้คิด และแสดงความคิดออกมา
ชาวญี่ปุ่นเห็นว่ามันเหมาะสมและสุภาพกว่าการพูดตรงๆ *)
ผมจะไม่บอกช่างว่า "ด้านข้างไม่เท่ากัน" หรือ "เฮ่ย มันดูแปลกๆ "
แต่จะพูดว่า "ด้านข้างไม่เท่ากันรึเปล่านะ" หรือ
"ผมว่ามันแหว่งนะ, ไม่ทราบคุณเห็นเป็นอย่างไร"
ตัดเสร็จเหนือหูข้างซ้ายยังดูฟูกว่าข้างขวา ไม่เป็นไร,
ใช้เจลลูบมันลงได้ครับ
* ทสึโมะโตะ, อะอิคะวะ. กระจกส่องญี่ปุ่น,
สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น), หน้า ๕๑
Tags: barber, fugitive, gel, japanese17 Comments

#1 By Limpet Drone on 2007-08-02 01:01