Stephen King & I
posted on 19 Sep 2007 01:44 by chubbyhole in Head-in-the-Hole
1. Stephen King
ช่วงมัธยมกับมหาวิทยาลัยของผมคงคล้ายกับของเพื่อนๆ ,
เป็นช่วงทดลองเรื่อยเปื่อย ทั้งดูหนัง ฟังเพลง และอ่านหนังสือ
ผมอ่านเยอะประมาณหนึ่ง ลองไปเรื่อยๆ
มีอยู่ร้านนึงเอาหนังสือแปลจากหลายสำนักพิมพ์มาลดราคา,
ห้าสิบเปอร์เซ็นต์! มีสตีเฟน คิงครึ่งราคาวางอยู่หลายเรื่อง ผมอ่านทั้งหมด
แต่ละเรื่องของพี่เขาป่วยมากครับ -ให้เด็กเล็กๆ ถูกรถบรรทุกชนตาย, ไม่พอ, ให้มันกลับมาเป็นผีไล่ฆ่าพ่อแม่ตัวเอง (Pet Semetary), หรือฉากเปิดตัวเรื่อง The Dark Half ในห้องผ่าตัด หมอกำลังคีบกระดูกและฟันเล็กๆ
ออกมาจากสมองของเด็กเพิ่งเกิด ( แกเกริ่นทำนองว่าฝาแฝดบางทีแย่งอาหาร, กินกันเองในท้อง –ผมจำไม่ค่อยได้) ใครจะเพี้ยนคิดสร้างได้ขนาดนี้ แกประชดประชัน แกรุนแรง ตัวละครของแกก็ป่วยทุกตัว เก็บกด, มีปัญหา ส่วนดำมืดตรงนี้ล่อคนป่วยๆ อย่างผมเข้ามาอ่าน แล้วเสพติด(อ้อ งานของแกป่วยอย่างฉลาด ไม่ได้แหยะแบบไม่มีรสนิยม
อย่างฉากผู้หญิงกำเศษกระจกถูหน้าตัวเองในหนังไทยเมื่อเร็วๆ นี้)
อ่านสามสี่เรื่องแรกจบ ผมแน่ใจว่าคิงต้องป่วยแน่นอน,
จิตได้ขนาดนี้ ต้องไม่ธรรมดาแน่ ดูจากผลงานและหน้าแก(รูปหลังปก)
ผมสรุปได้เองว่าพี่ป่วยแน่ๆ ซึ่งก็จริงครับ แกมีปัญหาใช้สารเสพติด
ติดเหล้า เข้าสถานบำบัด ป่วยได้ที่ทีเดียว แกเล่าให้ฟังในหนังสือ On Writing
ว่าแกเมาเขียนนิยายขายดีหนาๆ เล่มนึงจบ, โดยที่แกจำอะไรไม่ได้เลย
ผมไม่ได้ชอบแต่ความ sick ของสตีเฟน คิง เป็นที่รู้กันทั่วไปว่า แกเล่าเรื่องได้สนุก-มาก
เรื่องจะเป็นยังไงก็เขียนได้น่าติดตามไปหมด ผีสิงพ่อ, พยายามฆ่าลูกฆ่าเมีย
(The Shining) โครงเรื่องมีเท่านี้ กลับเขียนได้เป็นวรรคเป็นเวร วางไม่ลง
สำหรับผม, ผมว่าเป็นเพราะแกชอบเล่าโยงถึงปูม, ปมอดีต หรือประวัติวัยเด็กของตัวละคร
ใช้เรื่องเซ็กส์อธิบายพฤติกรรมแบบซิกมันด์ ฟรอยด์ เห็นภาพของตัวละครชัดไปถึงจิตใจ
ผมว่ามันทำให้ผมผูกพันกับตัวละคร รู้ว่ามันเป็นคนนิสัยยังไง
อ่านไป, ผจญภัยไปด้วยกัน จะชั่วจะดีเราก็สนิทกันแล้ว ต้องตามลุ้นไปจนจบ
แกกับผมผูกพันกันอยู่นาน จนปลายยุคเก้าสิบ ผมตามอ่านงานของแกน้อยลง
2. 1408 + ผี
หลายสัปดาห์ก่อนได้ตั๋วไปดู 1408 หนังที่สร้างจากเรื่องของพี่คิง
ดี ดี คิดถึงอยู่เหมือนกัน
หนังทำให้ขนลุกวาบที่สีข้างเป็นระยะ เหมือนเคย, ตัวละครป่วย, ในสถานการณ์ร้ายๆ
ฉากผีจ๊ะเอ๋ กับผีน่าเกลียดยังใช้ได้ดีเสมอ หนังดูเพลินดีครับ จอห์น คูแสค เล่นเป็นนักเขียนที่เขียนหนังสือประเภทสิบโรงแรมสยอง มีหน้าที่ไปนอนตามโรงแรมที่ขึ้นชื่อว่าผีดุทั่วอเมริกา แล้วเขียนวิจารณ์ให้คะแนนความน่ากลัว Michael Enslin (คูแสค) ไม่เชื่อเรื่องผี เชื่อแต่ตัวเองและถือดี เหมือนหนังจะบอกกับใครหลายๆ คน (รวมทั้งผม) ว่า "เดี๋ยวเถอะมึง,ซ่านัก" คงไม่ต้องบอกว่าเขาเจออะไรในห้อง1408 , ชื่อภาษาไทยก็บอกอยู่แล้ว ห้องหลอนแตก อะไรสักอย่าง
ดูจบก็คิดมากเรื่องผี ผมไม่กลัวผี และยังไม่เชื่อเรื่องผี เคยได้ยินเรื่องเล่ามากมาย ที่ผู้เล่าเป็นคนที่น่าเชื่อถือ เป็นแม่เพื่อน เป็นหมอ หรือเป็นคนมีนิสัยซื่อสัตย์, ไม่เห็นเหตุผลที่จะมากุเรื่องโกหกกัน เคยมีคนอธิบายว่า มันคล้ายคลื่นวิทยุ ถ้าคลื่นเดียวกัน, ตรงกัน ก็จะรับส่งกันได้ แบบคนที่มีสัมผัสพิเศษ มองเห็นผีหรือคนที่ตายแล้ว ฟังดูมีเหตุผลเป็นวิทยาศาสตร์น่าสนใจ แต่จะให้เชื่อถืออะไรที่ยังพิสูจน์ไม่ได้นั้น มันเชื่อได้ไม่หมดหัวใจหรอก ก็คงต้องรอให้โดนหลอกจะๆ แรงๆ ตอนนั้นล่ะครับเคลียร์แน่ Michael โดนซะอ่วมเชียว ผมคงรอคิวของผมอยู่
ผมเชื่อว่า ตายแล้วจบเลย, หายไป. (ไม่มีร่างหรือดวงจิตออกพเนจร) ไอเดียหรือความเป็นไปได้ที่ว่า "ตายแล้วยังอาจเคว้งติดอยู่ในโลก"นี้ ทำให้ผมกลัวเหมือนกัน ถ้าตายแล้วยังต้องลอยไปลอยมา ทำอะไรไม่ได้ คุยกับเพื่อนๆ , สื่อสารกับใครไม่ได้ -ผมแย่แน่ วันๆ คงเบื่อ, จะฆ่าตัวตายก็ตายไปแล้ว มันคงอึดอัด, เหงา, สิ้นหวัง น่ากลัวจริงๆ
-น่ากลัวกว่าการถูกผีหลอกเยอะเลย
ได้แต่คอยดูหนัง คิดว่าหนังแกสนุกดีนะคะ
ปอนเชื่ออย่างนั้นนะ
ดูแล้วดูอีกไม่รู้กี่รอบ คือเรื่อง Heart And Souls ครับ
มันไม่ได้อธิบายละเอียดหรอกนะว่า 'ตายแล้วตกลงไปไหนกัน'
แต่มันเป็นหนังความตายที่ทำให้คนหวนคิดถึงความสำคัญของชีวิตมากๆ เลยครับ
ไม่รู้คุณ chubbyhole เคยดูหรือเปล่า?
น่าจะเคยนะ
ดาราเก่งๆ เต็มไปหมด
Robert Downey Jr., Kyra Sedgwick,
Charles Grodin, Alfre Woodard
ทั้งตลก ทั้งซึ้ง
น่าเสียดายไม่ได้ดู 1408 แฮะ
เดี๋ยวพอออกเป็น DVD แล้วไปเช่ามาดูดีกว่า
#1 By Bickboon on 2007-09-19 18:36