อ่านบทสัมภาษณ์คุณเจ้ยในนิตยสารฟรีฟอรม์ เลยเอามาเผยแพร่เป็นพรีวิว อยากให้เพื่อนๆ ช่วยอุดหนุนครับ เป็นขนาดอ้วนขึ้น ๑๕๕ บาท, ฟังที่เจ้ยพูดก็คุ้มแล้ว ยังอ่านไม่หมดเลย ลุกมาพิมพ์นี่ก่อน

...

- อยากจะบอกอะไรเป็นพิเศษกับคนที่มาดูหนังของคุณเจ้ย หรืออยากให้อะไรกลับไปบ้าง
--ไม่มีครับ (ตอบทันที) อย่างที่บอก ผมไม่แคร์ การดูหนังปกติ มันเพื่อความบันเทิง เรามองว่าหนังเราก็บันเทิงเหมือนกัน แต่บันเทิงคนละแบบ ไม่บันเทิงแบบ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ใช่ผีกะเทย ซึ่งบ้านเรากำลังต้องการ เหมือนกับว่าคนกลุ่มใหญ่กลุ่มนี้ต้องการ มันไม่ใช่ว่าต้องทำแบบนี้กันหมดเลย เรารู้สึกว่าความเป็นปัจเจกมันสำคัญมากๆ ความเป็น mass มันน่ากลัว

- แล้วรู้สึกอย่างไรกับหนังผีกะเทยที่ว่า
--เราก็โอเค หมายความว่า เราเชื่อว่าทุกคนควรจะทำหนังของตัวเอง แล้วก็ทำให้ดีที่สุด แต่ว่าไอ้ผีกะเทย บางทีมันไม่ดี เหมือนกับว่าไม่ได้สร้างอะไรใหม่ โอเค เพื่อเงินอย่างเดียวพอเข้าใจ แต่ว่าบางทีมันทำได้ดีกว่านี้เพื่อเงิน ก็เป็นระดับที่ดีได้ บางทีแล้วเรารู้สึกว่า ทำหนังเอาใจคนดูได้ แต่ว่าอย่าดูถูกคนดู อย่าลากคนดูเข้าไปในจุดที่เขาไม่ต้องคิดอะไรเลย ...

...

...

- ภาษาหนังของคุณเจ้ยคืออะไร
--มันคือบุคลิก มันเป็นทุกอย่างเลย เหมือนกับว่าทางด้านภาพ ด้านการตัดต่อ ด้านการใช้ภาษา มันเหมือนเราอ่านงานเขียนของนักเขียนบางคน อุ๊ยเราชอบจังเลย เหมือนเราได้สื่อสารกับเขา แต่ว่าบางคนเราอ่านไปแล้วมันไม่มีเสียงของเขาอ้ะ หนังก็เหมือนกัน ดนตรีก็เหมือนกัน บางทีเราดูงานบางคนแล้วมันไปเหมือนของคนโน้นคนนี้ เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ของเรา แต่ว่าบางอย่างที่เราอ่านหรือฟังแล้ว เออ! เหมือนเราได้สื่อสารกับเขา



...

...

- ไม่ชอบสุริโยไทหรือครับ
--ไม่รู้ทำทำไม

- คุณเป็นเอกเคยให้สัมภาษณ์ว่า ท่านมุ้ยทำหนังดีมาเยอะแล้ว ตอนนี้ถึงจะทำอะไรแย่ๆ ออกมาบ้างก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะท่านมีคุโณปการกับวงการหนังไทยมาก
--เฮ้ย!... เป็นสิ เป็น! (หัวเราะ)

...

อ่านบทสัมภาษณ์ไปเพียงไม่กี่หน้า ผมรู้จักเจ้ยมากขึ้น รู้ว่าเขาคิดแบบไหน ผมภูมิใจที่เรามีบุคลากรแบบนี้ มีความเชื่อ, มี attitude แบบนี้ ไม่คิดแต่ เงิน เงิน เงิน ผมชอบที่ต่างชาติให้ทุนเขาทำงาน แต่บ้านเขาเองกลับรังเกียจคอยตัดคอยแบนหนังของเขา มันเจ็บยิบๆ ดี เจ้ยเหมือนเป็นอาชญากรสงคราม แสดงงานในบ้านตัวเองไม่ได้ เป็นตลกร้ายมาก ฝรั่งรู้เรื่องเข้าก็คงหัวเราะ ว่ามันเกิดอะไรในบ้านเรา, เมื่อไหร่จะมีเสรีภาพในการแสดงความคิด, เมื่อไหร่จะ liberal กันซะที

ผมเคยดูสัตว์ประหลาด ไม่ได้ชอบพิเศษ แต่ยังวิจารณ์ไม่ได้ เจ้ยบอกว่า "…ดีวีดีที่ออกมา มันไม่ตรงกับที่เราคิด เราก็สงสารคนซื้อเหมือนกัน เพราะว่ามันโดนเซ็นเซอร์ แล้วสีมันก็ไม่ถูก ถ้าเป็นเวอร์ชั่นที่ออกต่างประเทศสีมันจะแจ่มมาก.." (หน้า ๘๑) แล้วผมจะไปหาเวอร์ชั่นสมบูรณ์จากที่ไหนได้ล่ะครับ กลายเป็นของหายากไปแล้ว กองเซ็นเซอร์นี่มันยังไง ตั้งขึ้นมาแกล้งคน ให้ดูหนังไม่สนุก, ให้ไม่มีหนังดู?

ผมเกลียดการเซ็นเซอร์ เพราะจุดหมายแรกเริ่มของมันคือ-ดูถูกคน และห้ามคนไม่ให้คิด มันผิดหลักสิทธิมนุษยชน บางคนไม่รู้ บางคนรู้-แต่ยอมมันง่ายเหลือเกิน, เข้าใจมันง่ายเหลือเกิน "ช่างมันเถอะ, มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นแหละ" ผมคิดว่า เราควรจะรู้สึกเดือดร้อน เพราะเขากำลังละเมิดสิทธิพื้นฐานของเรา เขากำลังดูถูกเราอยู่ เราโกรธได้ครับ, อย่าไปเข้าใจมันมากนักเลย ผมว่านั่นแหละที่เขาต้องการ "ทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ยอมรับได้, เข้าใจได้" เกมปิดหูปิดตาก็จะดำเนินต่อไปอย่างสนุกสนาน นานแสนนาน

เจ้ยพูดถึงหลายๆ อย่าง หนังไทยของคนอื่น, สังคม, ศิลปะ,การเมือง จับเอามาเป็นบทสรุปเก๋ๆ ได้หลายตอน อย่างเช่น

"... ตอนนี้เมืองไทยขายไม่กี่อย่าง นักท่องเที่ยวมาดูวัดพระแก้ว แล้วก็จะไม่มาอีก ทะเลก็เน่าหมดแล้ว ภาพจิตรกรรม ลายไทย ก็ได้แค่บางส่วน แต่ความคิดสร้างสรรค์มันเป็นเหมือนแสงอาทิตย์ มันเป็นพลังงานที่เปล่งประกายในทุกช่วงชีวิตของคนเรา น่าจะเอามาใช้ ในขณะที่โบราณสถานมันเน่าไปเรื่อยๆ ..."

ไอเลิฟยูแมน

(อ่านต่อ อ่านต่อ..)



 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

คนในสังคมมือถือสากปากถือศีลไงคะ เลยกระทบไปถึงผลงานความคิดสร้างสรรค์หลายๆอย่าง ถ้าคิดไม่เหมือนอน่างที่คนส่วนใหญ่ ไม่อยู่ในกรอบเก่าๆๆๆๆๆของสังคม แปลว่า ผิด เลว ชั่ว ....แล้วแต่จะใช้คำนะคะ

#1 By VAR on 2007-09-22 21:59

มุมมองของปอนนะครับ...สังคมไทยยังไม่เหมาะจะเป็น liberal หรอกครับ...เพราะสังคมไทยเปราะบางมาก เปราะบางจากการที่สังคมของเราไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้ หากปล่อยจนขนาดเป็น liberal สังคมเราจะยิ่งฟอนเฟะยิ่งกว่านี้ครับ...

ส่วนเรื่องการเซ็นเซอร์หนัง มันผิดมาตั้งแต่ระบบครับ หากระบบเรตติ้งถูกนำมาใช้อิสระในการทำหนังก็จะมีมากขึ้น เพราะในอดีตจนถึงปัจจุบันบางครั้งคนทำหนังก็ไม่ได้มีความรับผิดชอบต่อสังคมสักเท่าใดนัก

ปอนคิดว่าอิสระภาพทางความคิดมีได้ครับ แต่พอมาแปลงเป็นการกระทำแล้วจะมีแค่เสรีภาพแค่นั้นเอง เพราะการจะทำอะไรก็ตามเราควรจะต้องยึดกรอบกว้างๆ ของสังคมเข้าไว้ครับ บางครั้งความคิดนอกกรอบก็ไม่ใช่สิ่งที่สร้างสรรเสมอไปนะครับ....

ดังนั้นน่าจะมีเกณฑ์ในการแบ่งหรือควรมีกรอบสำหรับการคิดที่กว้างๆ และไม่ใช่การทำอะไรที่มันขัดแย้งมากกับพื้นฐานของสังคมเกินไปครับ ที่สำคัญความรับผิดชอบต่อสังคมและคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมามากกว่าทำตามใจหรือความคิดของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการผลิตผลงานครับ

#2 By ปอนปอน on 2007-09-22 22:14

ความคิดสร้างสรรค์ บางทีโดนกรอบของความคิดเก่า ๆ มาบั่นทอนกำลังใจ..ส่วนใหญ่ไม่กล้าทำให้แตกต่างคะ.. ถ้าเปิดใจกันน่าจะดีเนาะ.. ยอมรับอะไรใหม่ๆมาบ้าง .. ช่วงแรกๆก็โดนว่าเหมือนกันคะ..ขายตุ๊กตาแบบนี้ได้ยังไง ทุเรศ..อ้าว! เป็นงั้นไป คนที่เข้าใจก็เข้าใจคะ ว่าเราขายความต่าง...ช่างเขาเถอะ เราก็ทำของเราไป..

#3 By ไอ้แป้น : i-phan on 2007-09-22 22:31

ถามหาฟรีฟอร์มมานานมาก ไม่มาซักที วันก่อนเห็นวางแผงที่ตลาดแถวบ้าน
แต่เล่มหนา ราคาพอสมควร
่ยังไม่มีตังซื้อเลย แต่อยากอ่านจะแย่แล้วว

#4 By *บลาสต์ on 2007-09-22 22:35

อะเจี๊ยกฟรีฟอร์ม155เหรอ?

#5 By wesong on 2007-09-22 23:04

#6 By mukoman on 2007-09-22 23:49

155 แต่คุ้มค่านา..
หนาขึ้น7-8เท่า
ราคาเพิ่ม 3 เท่าเอง

#7 By chubbyhole on 2007-09-23 00:05

เเหม่...พูดเรื่องนี้มันคงต้องคุยกันยาววววว

#8 By KusaYoshi on 2007-09-23 13:07

คำพูดเท่มาก

#10 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-09-23 18:54

ไม่น่าหนาขึ้นเลยแม่เจ้า!!!
นู๋ไม่มีตังค์ TT-TT

คงต้องเก็บเงินเป็นเดือน ถึงจะซื้อได้ -*-
อยากดูแสงศรรตวรรษ *-*

#11 By PaBaJa on 2007-09-23 19:14

ต้องไปหามาอ่านซะแล้ว
สนับสนุนอิสระทางความคิด
แต่ไม่สนับสนุนการคิดนอกกรอบแบบไร้ศีลธรรม

เกี่ยวไหมหว่า..
มีคนที่กล้าจะต่างบ้างก็ทำให้มีสีสันดีครับ
สุดท้ายแล้วทุกคนก็รู้อยู่ดีว่าฝีมือของเค้าเป็นยังไง
ขนาดโดนถึงเพียงนี้ก็ยังดัง

#13 By Life Goes On on 2007-09-23 21:57

ขอบคุณครับ..ชอบจัง..

แบบนี้แหละคนขวางโลกชอบนักเชียว..

#14 By :: KinG MoJi :: on 2007-09-23 22:51

ถ้า 155 ทุกเล่มไปสงสัยจะไม่รอดนะครับ
แพงเกิ๊น

ผมเคยเห็นเจ้ยทางทีวี เวลาให้สัมภาษณ์หรือพูดคุยดูแล้วน่าสนใจมาก
เห็นแล้วอยากรู้จักเลยล่ะครับ
แต่พอดูหนังเจ้ยแล้ว เอิ่ม เอ่อ อ่า ง่า...
โดยเฉพาะอีเรื่อง Blissfully Yours อะไรน่ะครับ
แบบว่า โอ๊ย เมื่อไหร่จะสนุก!
สนุกเดี๋ยวนี้นะ!

#15 By Bickboon on 2007-09-24 01:08

ซื้อมาแล้วแว้วววว

#16 By *บลาสต์ on 2007-09-24 08:58

ฮาๆๆ หนังใคร สไตล์ใครสไตล์มันค่ะ

#17 By แมงปอ on 2007-09-24 11:15

5555 ผมก็เป็นเหมือนคุณลุง bickครับ
หนังไดรางวัลหลายเรื่องผมก็คิดว่า เมื่อไรจะสนุก สนุกเดี๋ยวนี้!!!

ล่าสุดที่ดูหนังรางวัลแล้วคิดงี้รู้สึกจะ เป็น นอยอันบินอยด์ นี่ล่ะ ขออภัยจำชื่อไทยไม่ได้

#18 By The DeAtH on 2007-09-24 11:26

ผมก็เหมือนกันครับ, "เลิกแช่กล้องเดี๋ยวนี้!"

#19 By chubbyhole on 2007-09-24 11:46

ช่วงนี้กะลังปั่นโปรเจคพันล้านอยู่ท่าน
เลยดองบล๊อกไว้หน่อย
เดี๋ยวมาอัพพร้อมของดี หึหึ
ฟรีฟอร์มออกแล้วเหรอ ไปซื้อๆๆๆ

#20 By (^_^)/nana on 2007-09-24 13:06

ไม่เคยเห็นตามแผงหนังสือแถวนี้เลยอ่ะครับ
(ชลบุรี)

ต้องลงไปแอบอ่านดูก่อนแล้วล่ะ
ปกติแล้วอ่าน a day ครับ
เราเคยด่ากองเซ็นเซอร์แบบหยาบคายไปแล้วหนึ่งรอบในบล็อกเรา

เพราะเรารู้จักตัวเป็นๆของหนึ่งในนั้น เค้าเป็นอาจารย์ที่คณะ (ตอนนี้รับปริญญาเรียบร้อยแล้ว กล้าปากดี 555) และนิสัยส่วนตัวก็อย่างนั้นเลย...สมกับเป็นกองเซ็นเซอร์ แต่ถ้าจะมองโลกในแง่ดีก็คงต้องบอกว่าเค้าเป็นสายอนุรักษ์นิยม อาจไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของโลก

แต่ความจริงคือประเทศไทยแม่งบ้าพลังอ่ะค่ะ ชื่นชมแต่นักกีฬา พยายามจะนับญาติกับไทเกอร์ วู้ดส์ เอานักมวยเหรียญโอลิมปิกขึ้นรถแห่ แต่ศิลปินถูกถีบหัวส่ง ทำไมสมรักษ์กับอภิชาติพงษ์ได้รับการปฏิบัติคนละอย่าง ทั้งที่เค้าเป็นคนไทย (ขอนแก่นเหมือนกันด้วย) ระดับโลกเช่นเดียวกัน ขอให้ประเทศไทยเจริญละกัน เจริญแต่วัตถุ จิตวิญญาณมีปัญหา

ป.ล.ยังรอหอศิลป์ปทุมวันอยู่นะจ๊ะ

#22 By IwalkTheLine on 2007-09-25 18:10

เรื่องนี้ต้องเขียนยาวค่ะ

มองได้หลายแง่

แบบว่าเหนื่อยเขียน มีโครงการเขียนงาน(เล่นๆ) อยู่ แฮ่
กลับมาอ่านเอนทรี่นี้ โดนใจ ใช่เลย
กองเซนเซ่อ .. เซ่อจริงๆ

#24 By พ. on 2007-09-28 21:21

ผมชอบพี่เจ้ยครับ เพราะพี่เจ้ยหล่อ


ผมมีเพื่อนทำงานอยู่มูลนิธิหนังไทย ชวนผมไปดู Blissfully Yours เวอร์ชั่นเต็ม...ผมเหวอมากก

(ทุกวันนี้ความทรงจำต่อหนังเรื่องนี้เหลือแค่ฉากป้าแก่ๆเล่นชู้กับฉากกุเจี๊ยวแรงงานพม่าต่างด้าว)


ป้าผมเห็นข่าวพูดถึงหนังเรื่องนี้ที่ได้รับรางวัลจากเมืองคานส์..ป้าผมอยากดู..ผมเหวอกว่าเดิม..จะบอกป้ายังไงละเนี่ย

(หนังรางวัลที่ป้าชอบมาก อย่างเช่นจักพรรดิ์ที่โลกลืม)


ผมชอบเรื่องหัวใจทรนงมาก (เช่าวีซีดีมาดู)

แต่กับเรื่องอื่นๆของพี่เจ้ย..ผมเข็ดแล้วอ่ะครับ


พี่เจ้ยไม่ผิด

ผมไม่ผิด


แต่ความสนุกของผมกับพี่เจ้ยมันไปด้วยกันไม่ได้

#25 By Formula 25 on 2007-10-20 11:47

เพิ่งอ่าน Freeform เล่มนี้ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเองมัง
ชอบสัมภาษณ์คุณเจ้ยเหมือนกัน

เข้าใจว่าดีวีดีที่เขาพูดถึงว่าสีไม่ถูกต้อง น่าจะหมายถึงเรื่อง Blissfully Yours มากกว่านะครับ
เห็นคนช่างดูหนังเข้าสั่งซื้อ โซนสองมาดูกันน่ะ เขาว่าสีถูกต้อง แล้วก็ไม่ตัด

บล็อคของคุณสนุกดีครับ เห็นเคยเขียนเรื่องเรียนว่าไม่ถนัดพิมพ์รายงาน แต่เขียนบล็อคได้ยาวๆ แล้วมีเรื่องให้อ่านเยอะด้วย ตามอ่านครับ

#26 By ลุงอ้วน (58.8.123.134) on 2007-10-25 14:50

#27 By (118.172.172.98) on 2008-01-21 19:49