Copy & Paste
posted on 09 Oct 2007 22:52 by chubbyhole in Head-in-the-Hole
(เจอเวอร์ชั่นใหม่ เหมือนปลาช็อคน้ำ)
ผมมีคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่อเมริกาปี 2001 ชาวบ้านบอกว่าควรจะมีไว้ที่บ้าน ก็ซื้อมา, วางไว้เฉยๆ เคย rip แผ่นบ้างสี่ห้าครั้ง แค่นั้น จนสามสี่ปีต่อมาได้เรียนหนังสือเป็นเรื่องเป็นราว จึงได้ใช้คอมพ์ทำรายงานส่งครู ผมขอให้รูมเมทสอนโปรแกรม Word มันย่นคิ้วขึ้นเสียงถามผมว่า ไม่รู้จัก Word เหรอ!?, ไม่รู้จัก Word เหรอ?? เหมือนทุกคนในโลก(ที่มันรู้จัก)ใช้ Word เป็น ผมน้อยใจ รู้สึกเหมือนเป็นกาฝากอะไรสักอย่าง -ใช้ Word ไม่เป็น แล้วผมก็พิมพ์ ช้า มาก การทำรายงานจึงเป็นงานที่หนักและทรมาน ดีที่มีรูมเมทสอนพื้นฐานการใช้คอมพ์ และมีเพื่อนๆ ช่วยเหลือเวลาต้องทำอะไรยากๆ -อย่าง Power Point
วันนึงนั่งทำรายงานกับน้องคนไทย เธอค้นข้อมูลข่าวจากเว็บของCNN, ใช้ search engine หาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับรายงาน ผมนั่งมอง เหมือนหมานั่งมองนายคุยโทรศัพท์ แล้วผมก็เห็นเธอทำสิ่งมหัศจรรย์สิ่งหนึ่ง ผมตาลุก ถามเธอว่าเมื่อกี้ทำอะไร เธอตอบว่า "copy and paste. (..ถามทำไมวะ?)"
copy & paste ครับท่านผู้ชม ผมคิดแผนชั่วทันทีว่าต่อจากนี้ผมจะหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต แล้ว'ก็อปปี้แอนด์เพสต์'สถานเดียว พอกันทีการพิมพ์ การบ้านงานเปเป้อร์หลักๆ คือการอ่านหนังสือแล้วตอบคำถามโดยใช้ “ทฤษฎี” หรือ “หลักการ” จากหนังสือนั้นๆ ประกอบ ซึ่งมันก็คือหนังสือประเภท self motivation หรือหนังสือฮาวทูดังๆ เกี่ยวกับธุรกิจ อย่าง Winning ของ Jack Welsh , How to Win Friends & Influence People ของ Dale Carnegie , The 7 Habits of Highly Effective People โดย Stephen R. Covey เป็นต้น เวลาไปซื้อก็จะกระมิดกระเมี้ยนบอกคนขายว่า ซื้อไปทำรายงานน่ะ, ไม่ได้ซื้ออ่านเอง พนักงานขายยิ้ม, เห็นด้วยว่านี่มัน crap ทั้งนั้นเลย (ต้องขออภัยท่านที่ชอบหนังสือดังกล่าว) เพราะเป็นหนังสือที่ดังและขายดี จึงมีคนพูดถึงมากมายบนอินเตอร์เน็ต มีหลายเว็บ วิเคราะห์ วิจารณ์ สรุปไว้ให้เสร็จ ผมมีความสุขที่สุด
วิชาบริหารสำหรับผมมันยังไงก็ไม่รู้ มันไม่มีคำตอบให้ว่าขาวหรือดำ เป็นเทาๆ คลุมไปหมด เป็นวิชาที่ ให้ความสำคัญกับเรื่อง speech เรื่อง report เน้น presentation สอนให้คนคิด (–แบบ leader) แบบเดียวกันไปหมด ซึ่งมันก็เป็นเป้าหมายของเขาล่ะนะ –เตรียมคุณให้พร้อมสำหรับโลกธุรกิจ แต่สำหรับผม, ผมเห็นว่ามันไม่เป็นธรรมชาติเท่าไหร่ (จะเหมือนกันไปทำไม) และถ้าจุดประสงค์ของมันคือสอนให้หากำไรให้มากที่สุด มันก็จะโฟกัสอยู่แค่หากำไรนั่นแหละนะ วิชาจริยธรรมทางธรุกิจก็เลยเหมือนโกหกๆ -หลังจากตักตวงทรัพยากร สร้างมลภาวะ ไปจนถึงทำลายวัฒนธรรมของชาวบ้านปี้ป่นหมดแล้ว จะมาคุยเรื่อง “จริยธรรม” อย่างจริงใจ ใครจะอยากฟัง? (ขออภัยทุกท่านที่เรียนบริหารธุรกิจ)
ผมเลยไม่ค่อยแคร์มันเท่าไหร่ ผมลงเรียนเพราะต้องรักษาสภาพนักศึกษาให้ถูกกฎหมาย ช่วงหลังเรียนง่าย, ราบรื่นมาก เพื่อนโทรมาหาตอนบ่าย บอกว่ายังไม่เริ่มทำรายงานเลย (กำหนดส่งห้าโมงเย็น) ผมบอกให้เธอใจเย็น, เปิดเข้าไป Yahoo ใส่ชื่อหนังสือ(-ขายดีอีกเล่มหนึ่ง) กด search , ดูผลลัพธ์ที่สิบเจ็ด มีข้อมูลเยอะสุด สรุปละเอียดทุกบท ขอเชิญก๊อปปี้แอนด์เพสต์ตามสะดวก เธอทำรายงานแปดหน้าเสร็จก่อนบ่ายสอง มีภาษาเธอเองไม่ถึงครึ่งหน้า งานของพวกเราคือการบิดเปลี่ยนภาษา แปลงประโยคให้พ้นข้อหาลอกงานชาวบ้าน เราขี้โกงกันจริงๆ แล้วก็ไม่รู้สึกผิดเลย ทั้งที่มหาลัยพูดเรื่อง Plagiarism และโทษของมันไว้ชัดเจนในวันปฐมนิเทศ ผมเชื่อว่าไม่มีใครสน
หมดจากเรื่องเรียน ผมก็ไม่ค่อยได้แตะคอมพิวเตอร์อีก ผมไม่เคยแช้ท ไม่เคยเล่น MSN อ้อ เคยแช้ทหาเพื่อน (หาเซ็กส์นั่นแหละ, เขินทำไม) -สาม สี่, ห้า, หกครั้ง รู้สึกว่าลำบากลำบน ต้องออกเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ไปไกลๆ มันดีที่ได้ทัศนศึกษา และได้พบปะหมีจากนานาประเทศ แต่ผมไม่ชอบ เพราะมันเสียเวลามากเหลือเกิน ช่วงนี้ผมใช้คอมพ์เก็บรูป หาเพลง, โหลดเพลง และหาข้อมูลบ้าง ก็แค่นั้น,นานนานที คอมพิวเตอร์ยังเป็นอะไรที่มากไป, ยากไปเสมอ แต่ละโปรแกรม แต่ละอินเตอร์เฟส มันดูสับสน ไม่รู้จะไปยังไงต่อ กดๆ ไปก็หลงทาง เผลอทำจอดับ ทำเครื่องแฮ้ง ไหนจะติดไวรัส ต้องเรียกเพื่อนมาแก้ไขบ่อยๆ มีแต่ปัญหา ไม่เห็นสนุกเลย
จนเมื่อไม่นานมานี้ แฟนจัดแจงเปิดบล็อก exteen ให้ เพราะเค้าอยากอ่านสิ่งที่ผมเขียน ผมก็พิมพ์-ช้า ช้า ให้เค้าอ่าน เค้าบอกว่าเค้าชอบ, ผมดีใจ รู้สึกสนุกกับการลองเขียน หากต้องการข้อมูลก็มีอยู่ตรงหน้านี่เอง (Google, Wikipedia และอื่นๆ ) มันง่ายและสะดวก. exteen สำหรับผม ความสุขสุดยอดคือตอนกด publish ครับ ผมจะเขินอายทุกครั้ง -จริงๆ เหรอ, publish เลยเหรอ? มันกำลังจะ “ถูกตีพิมพ์” , มันกำลังจะ “ออกไปสู่สาธารณะ” แล้วนะ โอ ผมตื่นเต้น ผมเริ่มติดและเห่อบล็อกตัวเอง พยายามขยันพิมพ์ แต่งานยากที่ต้องใช้ทักษะสูงอย่างแปะรูป แปะลิ้งค์ แปะเพลงลงบล็อก ก็ยังต้องพึ่งพี่หมีอยู่ดี เวลาเห็นเค้าทำสิ่งมหัศจรรย์อย่างแปลง wma. เป็น mp.3 เก็บใน iJigg แล้วแปะลงบนบล็อก.. –ผมเทิร์นออนสุดๆ .. เก่งจังเลย เท่มากเลย
เพื่อนๆ ใน exteen น่ารักดีครับ ทำบล็อกแจ๋วๆ ให้สัมผัส (ดู, อ่าน, ฟัง, เล่น -) หลายแบบ บางอันดูแล้วทึ่ง -ผมไม่มีทางทำได้ ผมดูบล็อกเพื่อนๆ , เจอคนที่ชอบดูหนังฟังเพลงสไตล์เดียวกัน มีบล็อกการ์ตูนเท่ๆ , ได้อ่านบทความดีๆ , เจอบล็อกคนรักหมีรักแมว, ได้รู้จักพลพรรคหมีโหด ได้แลกเปลี่ยนความคิด และรู้จักบล็อกแจ๋วๆ เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากบล็อกของเพื่อนๆ บางทีผมก็เจอลิงค์ดีๆ อย่างบล็อกปราบดา บนบล็อกของปราบดามีบล็อกของตั้ม วิศุทธิ์แปะอยู่ มันลิ้งค์ไปมาอย่างนี้นี่เอง ผมเริ่มรู้สึก “ไซเบอร์” ขึ้นมานิดๆ
ผมว่าผมน่าจะใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตให้มากกว่านี้ บางคนนั่งหน้าคอมพ์ได้เป็นวัน ทำอะไรอยู่นะ, มันสนุกจริงหรือ ผมพลาดอะไรดีๆ หรือเปล่า? ผมอยากเอ็นจอยแบบนั้นบ้างจัง -ถ้าเพื่อนๆ มีอะไรเด็ดๆ คิดว่าผมยังพลาดอะไรไป หรือเห็นว่ามีอะไรที่ผมน่าจะไป explore ได้โปรดอย่าลังเล, ช่วยแนะนำผมด้วย.
Turn me on..
แต่ผูกพันกับคอมพิวเตอร์มานานครับ เพราะมีเห่ออยูช่วงหนึ่ง ช่วงที่เป็นดอส พื้นฐานเลยค่อนข้างแน่นไม่ค่อยไม่ปัญหากับการเรียนรู้โปรแกรม ถ้าจะเรียนรู้มันก็จิ้มๆ ไปเถอครับ โฟโตช็อป ปอนทำได้ก็เพราะมั่วๆ จิ้มๆ ไปเดี๋ยวก็จับทางถูกเองครับ
#1 By wesong on 2007-10-09 23:16