ดนตรีไม่มีเสียง
posted on 05 Nov 2007 22:33 by chubbyhole in Head-in-the-Hole
วันก่อนเปิดวิทยุในโทรศัพท์ เจอช่อง 88 FM เปิดดนตรีป๊อปแจ๊ส ฟิวชั่นแจ๊สแบบอ่อนๆ ผมได้ฟังเพลง cover เพราะๆ และเพลง Rhythm & Blues เก่าๆ หลายเพลง
คงเพราะไม่ค่อยได้ฟังดนตรีแบบนี้ เพลงที่เรียบเรียงดี นักดนตรีเก่งๆ ฟังแล้วมันเลยปลื้ม มันน่าภูมิใจ ว่าคนเราเก่งจังเลยนะ ทำได้ขนาดนี้เชียว ก็เลยคิดถึงเพื่อนๆ คิดถึงวงดนตรี และเรื่องน่าหมั่นไส้อีกหลายเรื่อง
ดีเจเปิด George Benson ให้ฟังหลายเพลง แกเล่นทีไร ก็ฟังรู้ว่าเป็นฝีมือแก (พี่ George โซโลบลูส์แจ๊สเนียนที่สุดในโลก) คนเหล่านี้ : Earl Klugh, Steve Morse, Jimi Hendrix, Edward Van Halen, Robert Cray ฯลฯ เขาเล่นกีตาร์มีสุ้มเสียง มีสำเนียงของตัวเอง มันเป็นเรื่องน่าทึ่ง เพราะโน้ตหรือสเกลก็มีอยู่เท่าๆ กันแค่นี้ พวกเขาเลือกหยิบจับไปเล่นกันเองในแบบต่างๆ กัน จนได้แบบเฉพาะที่สวยงาม เป็นของตัวเอง, ไม่ซ้ำใคร
สติปัญญาและความเป็นปัจเจกของคน มันยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์
ผมโตในสมัยที่แกรมมี่อาร์เอสกำลังรุ่ง สมัยนั้นเพลงไทยห่วยและน่าเบื่อมากครับ ทำกันรีบๆ ง่ายๆ โดยคนไม่กี่คน กระบวนการผลิต(อย่างเลวและง่ายสุด)คือ จิ๊กเพลงมาเพลงหนึ่ง ให้คนนึงแต่งคำร้อง ให้อีกคนใช้ซินธิไซเซอร์ (หรือคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน)ทำดนตรี แต่เนื่องจากเครื่องสังเคราะห์ไม่สามารถเลียนเสียงกีตาร์ได้เหมือนจริง กีตาร์จึงเป็นเครื่องเดียวที่ยังต้องเล่นโดยมนุษย์ ต้องเข้าห้องบันทึกเสียงเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อลดต้นทุนค่าห้องอัด บริษัทเทปจึงนิยมใช้มือกีตาร์เก่งๆ เป็น “มือปืน” มาอัดท่อนโซโล อัดแป๊บเดียวเสร็จแล้วหนึ่งเพลง
ได้เพลงมาก็ถามกันว่า
“วันนี้จะปั๊มใครขาย”
“ปั๊มใหม่”
“โอเค ให้อาใหม่ร้อง”
-จบกระบวนการผลิต
มือกีตาร์ห้องอัดที่มีงานชุกที่สุด คือคุณหมู คาไลโดสโคป คุณหมูเล่นเก่งแสนเก่ง แกภูมิใจในตัวเอง ให้สัมภาษณ์ว่าแกเล่นให้แทบทุกอัลบั้ม ของไฮร็อคแกเล่นเองทั้งชุด (ไฮร็อคเป็นวงแนวเฮฟวี่เมตัล, ค่ายอาร์เอสซาวด์) คือเค้าทำกันแบบนี้เลยครับ ให้มือกีตาร์วงต่างๆ ไมโคร, นูโว, ไฮร็อค -นอนอยู่บ้านในวันอัดเสียงกีตาร์ อัดเสร็จ ค่อยเอาเทปมานั่งแกะเพลงของตัวเอง มันทุเรศทุรังยังไงไม่รู้
พี่ George Benson เค้ามี “เสียง” มี “ลายมือ”ของเขาเอง พี่หมูล่ะ, เล่นมาตั้งนานแล้ว ผมจำอะไรของพี่ไม่ได้เลย อัลบั้มของคาไลโดสโคปเอง ก็มีแต่“เสียง”ของ Van Halen เต็มไปหมด (Van Halen เป็นวงเฮฟวี่เมตัลที่ผมและพี่หมูโปรดปราน กีตาร์เป็นแนวจิ้มจิ้ม คันโยกคันโยก) พี่หมูเก่งมากครับ เล่นคล่องและเร็วเหมือนแผ่นทุกเม็ด กีตาร์ฮีโร่แนวร็อคโคตรเก่งในสมัยนั้น แกเล่นได้เหมือนเดี๊ยะ -แล้วยังไงล่ะครับ? เล่นออกมาทีไรก็เป็นฟังเป็น Eddie Van Halen, เป็น Steve Vai ทุกที ตัวพี่ล่ะอยู่ไหน, เสียงของพี่เป็นยังไงกัน
เพลงไทยทั้งตลาดในตอนนั้นมันเหมือนกันไปหมด ไม่มี “วิญญาณ”, ไม่มี groove ที่แตกต่าง ก็เพราะทั้งหมดมันออกมามาจากสมองและรสนิยมของคนกลุ่มเดิมๆ กลุ่มเดียว ลองมานึกดูว่า “ดนตรี” ของวงไหน, หรือ “ศิลปิน” คนไหน –มีวิญญาณ มีลายมือของตัวเองบ้าง ลองนึกถึงเพลงของอัศนีสักเพลงหนึ่ง ลองเอาเสียงอัศนีออก แล้วใส่เสียงโบว์ลงไป มันก็จะกลายเป็นเพลงของโบว์ทันที แล้วดนตรีของอัศนีล่ะ ลายมือของอัศนี เป็นอย่างไร? เสียงแหลมลากยาวของกีตาร์ในท่อนอินโทรหรือ? นั่นไม่ใช่ลายมือหรอกครับ มันมองไม่เห็น เพราะพี่เล่นโน้ตแค่ไม่กี่โน้ตตามทำนองหลัก จะดัดแปลงบ้างก็น้อยมาก กี่ชุดก็เล่นกันง่ายๆ แบบนี้, มันก็เกิดตัวตนยากอยู่ ผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าการ “เล่นง่ายๆ” ก็เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอีกอย่างหนึ่ง ให้เด็กเล่นตามกันได้ง่ายๆ ให้วงในบาร์แกะเล่นตามได้ง่ายๆ เพลงจะแพร่เข้าสู่ผู้คนเร็วขึ้น
นักดนตรีบ้านเราจึงถูกทำหมัน ไม่ได้เล่น, ไม่ได้คิดเองตามธรรมชาติ มันน่าเสียดาย กลุ่มผู้บริหาร-โลภและใจร้ายมากครับ คิดได้ยังไงว่ากระบวนการแบบนี้มันถูกต้อง
สติปัญญาและความเป็นปัจเจกของคน มันควรจะยิ่งใหญ่ได้มากกว่านี้
โชคดีที่ไม่ได้ตื้อตันกันไปจนหมด
จอร์จ เบนสัน ผมก็รู้จักครับ
ที่เป็นสมาชิกแวม!ใช่ม้า
#1 By Bickboon on 2007-11-05 23:02