เราเซ็นเซอร์ตัวเองโดยอัตโนมัติ
posted on 25 Jun 2008 04:11 by chubbyhole in chubbyquotes
บางตอนจากบทสัมภาษณ์อาจารย์ปกป้อง จันวิทย์ (อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เขียนคอลัมน์ “มองซ้าย มองขวา” ในนสพ. ประชาชาติธุรกิจ) -ในวารสารการ์ตูน หมัด (mud) ฉบับเดือนมกราคม-มีนาคม 2551, สำนักพิมพ์ไต้ฝุ่น
หลายคนคงเคยอ่านแล้ว ผมก็เคย, เคยอ่านหลายหลายรอบ
มีหลายคำ หลายประโยคที่ชอบใจ อยากจะเน้นโดยการทำตัวหนา,ขีดเส้นใต้, ทำตัวเอียง หรือเปลี่ยนฟ้อนท์ให้ใหญ่ขึ้น
-แต่คำและประโยคเหล่านั้นมันมีเยอะเหลือเกิน เดี๋ยวขีด เดี๋ยวหนา มันจะออกมาไม่งาม
(คือผมจะบอกว่า มันสำคัญไปหมดเลย)
(*)
คิดอย่างไรที่การ์ตูนโดนแบน
-แย่ ดูถูกคนอ่าน เจ้าหน้าที่รัฐกลายป็นผู้ผูกขาดความถูกต้อง เอารสนิยม ความรู้สึก ความคิด ของตัวเองมาบังคับปิดกั้นคนอื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ก็ไม่เคยอ่านจริงๆ หรอก แต่ใช้กฎเกณฑ์มักง่ายมาตัดสิน เช่น มีฉากเปลือยไหม สูบบุหรี่ กินเหล้าไหม โดยไม่ดูว่าฉากนั้นมีความหมายอย่างไร อ้างศีลธรรมพร่ำเพรื่อ เหมือนพก Death Note เล่มหนึ่ง อยากแบนอะไรก็เขียนลงไป คุณมีสิทธิ์อะไรที่จะใช้ความชอบไม่ชอบส่วนตัวไปพิพากษาคนอื่น บังคับให้คนอื่นเหมือนคุณ การ์ตูนเรื่อง Death Note ตั้งคำถามว่า แม้คุณจะเริ่มต้นจากเจตนาดี แต่คุณมีสิทธิ์ฆ่าคนชั่วเหรอ วิธีการมันผิด สุดท้ายการพิพากษาโดยคุณเป็นผู้ผูกขาดความดี ความงาม ความจริง มันทำให้คุณกลายเป็นคนชั่ว และยิ่งมีอำนาจมาก ยิ่งต้องชั่วขึ้นเรื่อยๆ
กรณีแบนการ์ตูน เป็นเรื่องเดียวกับกรณีแบนหนังของคุณอภิชาติพงษ์ (วีระเศรษฐกุล) กรณีจับนิยายโรมานซ์ในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ กรณีภาพวาดภิกษุสันดานกา มีคนทำตัวเป็นคุณพ่อรู้ดี แต่จริงๆ ไม่รู้ แถมงี่เง่าคับแคบไร้รสนิยมอีกต่างหาก มันทำลายวงการศิลปะ ทำลายความคิดสร้างสรรค์ สารที่ผ่านสื่อได้ต้องมี “ความเป็นไทย (ๆ)” (เน้นเสียง) วงการศิลปะบ้านเราเลยไปไหนไม่ได้ งานก็วนเวียนอยู่ในอ่าง เชิดชูผู้คนบางแบบและคุณธรรมบางอย่าง นี่เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะตรรกะแบบนี้มันเชื่อมโยงกันไปหมด ทั้งศิลปะ การเมือง และเศรษฐกิจ
ตรรกะแบบนี้ส่งผลต่อผู้คนในสังคมไทยอย่างไร
-เสรีภาพในการคิด การพูด การเขียน ก็หายไป สังคมก็ไร้ชีวิตชีวา ไม่มีความหลากหลาย ไม่มีการพัฒนา เพราะขาดการแลกเปลี่ยนถกเถียง ถ้าโดนเข้าบ่อยๆ ผู้คนก็จะเรียนรู้ที่จะเซ็นเซอร์ตัวเอง คิดในกรอบที่รัฐอยากให้เป็น การเซ็นเซอร์ตัวเองโดยอัตโนมัติมันน่ากลัว เราจะเห็นว่าในช่วงหลายปีหลัง เรื่องที่เราเซ็นเซอร์ตัวเองโดยอัตโนมัติมีเยอะขึ้น เรื่องที่เราวิจารณ์ไม่ได้ในสังคมไทยมีมากขึ้น เราถอยหลังไปทางขวามากขึ้น
เลิกแบนการ์ตูน แบนหนังได้แล้ว ผมอายุ 30 แล้ว เป็นอาจารย์สอนหนังสือ มีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่ไม่มีสิทธิ์เห็นพระเล่นกีตาร์ในหนังเหรอ ไม่มีสิทธิ์อ่านการ์ตูนที่เห็นนมเหรอ ขนาดชิซูกะอาบน้ำ ยังเซ็นเซอร์ (หัวเราะ) ใครดูชิซูกะอาบน้ำแล้วมีอารมณ์ทางเพศ ไม่มีหรอก หรือคนเซ็นเซอร์รู้สึก เลยใช้ตัวเองเป็นเกณฑ์ในการตัดสินเผื่อคนอื่น นี่คือความเสื่อมของด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศนี้ ผมโตมากับการอ่านการ์ตูนทุกประเภทตั้งแต่เด็ก ก็ไม่เห็นจะชอบความรุนแรง คงไม่ใช่การ์ตูนหรอกที่ทำให้คนชอบความรุนแรง แต่เป็น “อำนาจ” มากกว่า (หัวเราะ)
จริงๆ น่าส่งการ์ตูนไปกล่อมเกลาจิตใจคนพวกนี้นะ
(ซ้ำ (*) จนจบ)
(หมัด -วารสารการ์ตูนทางเลือกแห่งประเทศไทย
mud -an alternative Thai quarterly)
...ล่าสุด "สารคดี"ที่มีการพูดถึง "ขันที" ในเนื้อหา ยังดูดเสียงคำว่า "อวัยวะเพศชาย"เลยครับ เห็นแล้วได้แต่ถอนหายใจยาววววววววววววววววววววววววววว

#1 By wesong on 2008-06-25 07:12