แก่
posted on 14 Nov 2008 17:44 by chubbyhole in Head-in-the-Holeตัดผม - “ย้อมผมไหมคะ?” เป็นครั้งแรกที่ช่างตัดผมแนะนำให้ย้อมผม ผมรู้ว่ามันหงอกมากขึ้น แต่มันดูน่าเกลียดแล้วหรือ? รับไม่ได้แล้วหรือ?
ความหงอกไม่ได้หยุดแค่ที่หัว ปีสองปีนี้ผมถอนขนจมูกหงอกไปหลายต่อหลายเส้น มือถือแหนบ เงยหน้าดูกระจก และเบ่งรูจมูก มันเป็นภาพที่น่าเกลียด ตอนนี้มันยังขึ้นแค่ทีละเส้นสองเส้น ยังถอนทิ้งได้ไม่เสียดาย แต่ถ้าแก่ลง, ขึ้นเยอะจนเต็ม ตอนนั้นถ้าถอนทิ้งก็คงถึงกับโล่งกลวง น่าเศร้าจริงๆ
ลุง ลุง
เด็กเรียกลุง อยากตบให้กลิ้ง
หลายวันก่อน ที่ร้านทองบ้านเพื่อน เป็นร้านทองแบบที่มีกระจกเงาเต็มร้าน บานที่ผมมองทำชิ่งพอดีกับบานข้างหลัง ทำให้ผมมองเห็นด้านหลังของตัวเอง เห็นภาพที่ทำให้ตกใจ
-หัวผมย่น
เวลาเงยหน้าหัวมันจะยู่ เกิดลอนเหมือนมีฮ็อทด็อกหนึ่งดุ้นวางคาดอยู่ที่เหนือท้ายทอย
ผมกลายเป็นพวกหัวฮ็อทด็อกที่ผมเคยล้อเลียนไปเสียแล้ว
(หมายเหตุ คนอ้วนจะเคยชินกับปัญหานี้มากกว่า พวกเขามีฮ็อทด็อกแปะที่ท้ายทอยกันคนละดุ้นใหญ่ อ้วนมากก็มีหลายดุ้นวางเรียง –บางคนมองเห็นเป็นแพ็ค)
กาลเวลา สังขาร.. เขียนแค่นี้ก็เศร้ากันล่วงหน้าได้เลย คงจะไม่มีเรื่องจรรโลงแน่นอน
ขาผมเจ็บมาหลายเดือน ผมแน่ใจแล้วว่ามันไม่จะหายเอง จึงคิดที่จะไปหาหมอกระดูก หมอกระดูกอยู่ข้างบ้านอาอี๊ของผม ก่อนหาหมอผมจึงแวะทักทาย เธอรู้เรื่องก็ทัดทานผมไว้ เธอเห็นว่าหมอมักจะฉีดยา ที่(เธอว่า)มีแต่จะทำให้เส้นเอ็นเสื่อม การนวดแผนโบราณน่าจะเหมาะกับอาการของผมมากกว่า ผมสับสนแต่ก็เชื่อเธอ เธอผ่านโรคร้ายๆ มามากกว่าผม
อาอี๊ของผมชื่นชมหมอนวดอยู่คนหนึ่ง เธอจัดแจงโทรนัดวันเวลา ผมไม่เคยโดนนวดมาก่อน จึงกลัวและไม่มั่นใจ แต่ก็ยอมลองดู
คนนวดเป็นผู้หญิงอายุราวสี่สิบ ในร้านเปิดเพลงสวดประกอบดนตรี พยายามสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย แต่ผมระแวงตลอดการนวด โดยเฉพาะตอนที่นอนคว่ำ ถึงตอนที่เธอขึ้นมาบนเตียง ยกขาผมขึ้น แล้วโถมตัวกดเข้าที่บริเวณก้นกอยของผม ผมหันไปดูโดยอัตโนมัติ ผมต้องดู, ต้องรู้ให้ได้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เธอน่ะไม่มีเครื่องอุปกรณ์โดยธรรมชาติ แต่ใครก็รู้ว่าตอนนี้ อุปกรณ์เสริม/ของเล่น หลากรูปแบบ มันมีวางขายเกลื่อนกลาดทางอินเตอร์เน็ต
วุฒิบัตร, ใบประกาศที่ติดอยู่เต็มข้างฝา จะมารับประกันอะไรได้
ตอนนี้ผมสวมกางเกงชาวเล ร้านของเธอก็อยู่ห่างจากถนน ตะโกนให้ตายก็คงไม่มีใครได้ยิน
นอกจากความระแวง ก็มีแต่ความเจ็บปวด ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนเขาชอบกัน ตอนนั้นผมคิดแต่ว่าถ้า no pain, ก็ no gain จึงยอมอดทน แต่นวดไปสามครั้งแล้ว ขาก็ยังไม่ดีขึ้น ผมไปหาอาอี๊ โอดครวญว่าไม่ไหวแล้ว ขอให้ผมได้พบแพทย์แผนปัจจุบันเถิด เธอบอกว่า ได้, “แต่อย่าบอกหมอนะว่าไปนวดมา หมอแกไม่ชอบ”
อ้าว ทำไมหมอกระดูกไม่ชอบหมอนวด และทำไมอี๊ไม่บอกข้อมูลนี้ให้ผมทราบตั้งแต่แรก
อาเตี๋ย(แฟนอาอี๊)เข้ามาสมทบ “หมอกระดูกส่วนใหญ่ ไม่เชื่อถือในการนวด”
..เหมือนที่การแพทย์แบบแผนไม่ชอบแนวทางของชีวจิตน่ะสินะ..
ผมตกอยูในวังวนของการต่อสู้ระหว่างสองสำนัก โดยที่มิได้ยินยอมพร้อมใจ
“ถ้าหมอถาม บอกว่าไม่ได้นวดนะ”
โอย ต้องโกหกอีก ผมโกหกไม่เก่ง เล่นโป๊กเก้อร์ก็เสียเงินทุกครั้ง หมอต้องจับได้แน่ๆ
หมอกระดูกเป็นผู้ชาย รูปร่างผอม อายุราวห้าสิบ แกถามอาการ วินิจฉัย แล้วก็สอนการยืดเส้นยืดสาย ช่วงนี้เองที่ผมรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ผมนอนหงายอยู่บนเตียง หมอยืนที่ข้างเตียง แกยกเข่าของผมขึ้นมาชิดหน้าอก จังหวะที่วางลง, อยู่ๆ มือซ้ายของแกก็หล่นแปะลงที่ตรงนั้นของผม ดูเหมือนหลุดมือ แต่ผมรู้จักสัมผัสนั้นดี มันไม่ใช่อุบัติเหตุหรอกครับ อีกทั้งการถอนมือออกก็มิได้กระทำโดยรีบด่วนและแข็งขัน แกพ้อสหยุดอยู่นิดหนึ่ง, ลูบลงแล้วยกมือออกไป เนียน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แม้มันจะแค่แว้บเดียว แต่ผมรู้จักสัมผัสนั้นดีอย่างที่บอก : มันเป็นสัมผัสที่เจือความรู้สึกห่วงหาอาวรณ์, ไม่อยากจะจากไปไหน
อาอี๊ของผมอยู่ในห้องตรวจด้วยแท้ๆ
ผมเจ็บแค้นแต่ไม่มาก บอกเพื่อน เพื่อนก็บอก “นึกว่าทำบุญก็แล้วกัน” ทำบุญกับหมีอะไรเล่า เพื่อนเพิ่งโดนลวนลามมาหยกๆ
ตอนนี้ที่สำคัญกว่าคือขาของผม มันไม่ดีขึ้น ผมนั่งได้นานที่สุดสิบห้านาที แล้วก็ต้องลุกขึ้นมาเดิน ยืนนานก็เจ็บ บางครั้งนอนไม่ได้ มันเจ็บแปลบเหมือนมีไฟฟ้าช็อต ยาที่หมอให้มาไม่ได้ช่วยอะไรเลย
ผมทนอยู่อีกหนึ่งเดือน จนเพื่อนด่าและจัดให้ไปหาหมอกระดูกอีกคนในจังหวัดชลบุรี คนนี้พูดจาน่าฟัง แกว่า
“หมอนรองกระดูก “อักเสบ”, เกิดจาก “วัย”, เรา “แก่” แล้วมันก็ “เสื่อม”..”
โดน ทุก ทุก คำ
ผมเหนื่อยล้าจากการรับรู้ความจริง แต่อย่างน้อยผมก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น หมอนรองกระดูกกดเส้นประสาทที่เชื่อมไปถึงบริเวณขา (และทั่วร่างกาย) ความรู้สึกเจ็บแปลบเกิดจากเส้นประสาทนั่นเอง
แกให้ยามากิน แนะนำให้ใช้หมอนหนุนหลังเวลานั่ง และแนะนำให้โหนบาร์เพื่อให้กระดูกสันหลังยืด, คลายจากแรงกด ผมปฏิบัติตาม ช่วงนี้จึงนั่งได้นานขึ้น เป็นครึ่งชั่วโมง แล้วอาการเจ็บแปล๊บปล๊าบก็จะกลับมา
รักษาได้ไหม?
“ได้, แต่จะไม่ดีเหมือนเดิม
มัน “เสื่อม” แล้ว, “วัย” นี้แล้ว..”
รู้สึกแปล๊บที่ขาและที่หัวใจ พร้อมๆ กัน
แก่นิดแก่หน่อย ไม่เป็นไรหรอก อย่าคิดมากเลยค่ะ

ได้ยินแล้วสะดุ้ง
อายุห้ามมันไม่ให้มากกว่าเดิมไม่ได้ แต่เราลดปัญหาให้มันเริ่มช้ากว่าเดิมได้
นึกว่าไปเที่ยว ที่แท้ก็ไปรักษาตัว
หายเร็วๆ นะพี่
#1 By นางสาวความสุข on 2008-11-14 18:14