ฮอลิเดย์ซีซั่นทำให้คนฟุ้งซ่าน
posted on 03 Jan 2009 13:30 by chubbyhole in Head-in-the-Hole
ช่วงเทศกาลทำให้คนเป็นบ้าได้ง่ายๆ
ตอนเย็นของวันสิ้นปี ผมบ่นกับเพื่อนว่า “ฮอลิเดย์ซีซั่น” นี่บางทีก็ทำให้คนบางกลุ่มรู้สึกผิดบาปขึ้นมาโดยไม่จำเป็น คนกลุ่มดังกล่าวคือคนที่ไม่มีคู่/ไม่มีแฟน, ไม่มีบ้าน/ไม่มีครอบครัว, หรือ ไม่มีเพื่อน เป็นต้น คนเหล่านี้ดำเนินชีวิตของเขาอย่างเป็นปกติสุข เรื่อยมาจนเกือบจะครบปี, แต่แล้วคริสต์มาสก็มา, เทศกาลปีใหม่ก็มา, มาคู่กับบรรยากาศของครอบครัวรวมตัวอบอุ่น.. อยู่ๆ คนกลุ่มนี้ (ไม่มีคู่, ไม่มีบ้าน, ไม่มีครอบครัว, ไม่มีเพื่อน, รวมไปถึงกลุ่มที่ไม่มีเงิน, ไม่มีงาน, ฯลฯ) ก็ต้องมาเกิดความรู้สึกด้านลบ เหงา เศร้า น้อยใจ ฟุ้งซ่าน ต่างต่างนานา มันช่างไม่ยุติธรรม
ที่อเมริกา, ผมเคยเกือบตายเพราะคริสต์มาส
มันเป็นช่วงที่ทั้งสื่อทั้งร้านค้า แข่งกันนำเสนอ “คริสต์มาสสปิริต”, “ฮอลิเดย์สปิริต” คุณจะอยู่ที่ไหนก็ได้ยินแต่เพลงคริสต์มาส เปิดทีวีก็จะมีแต่หนังที่เกี่ยวกับคริสต์มาส ที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการกลับบ้านไปหาครอบครัวและคนรัก สคริปต์และไดอาล็อคแต่ละเรื่อง, ชวนน้ำตาไหล (อย่างหนัง Home Alone หรือ Planes, Trains and Automobiles ของจอห์น ฮิวจ์ส) สิ่งแวดล้อมเหล่านี้ทำให้คนกลุ่ม “ไม่มี” รู้สึกงง, ช็อคกับความรู้สึกแปลกแยกที่เกิดขึ้น คนอื่นเขากำลังซื้อของฝาก กำลังเตรียมตัวกลับบ้าน แต่เราไม่ได้กลับบ้าน (บางคนไม่มีบ้านให้กลับ), ไม่มีลิสต์ของขวัญที่จะต้องซื้อ เมื่อเปรียบเทียบกับคนทั่วไป ก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ปกติ, แล้วก็รู้สึกเหงา คุณอาจจะนึกถึงเพลงเศร้าอย่าง “All by myself... Don't wanna be… All by myself….” ประกอบกับฉากวังเวงๆ ของหิมะขาวๆ เมืองก็ใหญ่ แต่ไม่ค่อยมีรถ, ไม่ค่อยมีคนบนถนน ผู้คนหายไปไหน?
-พวกเขาก็กลับ “บ้าน” ไปหา “ครอบครัว” กันหมดแล้วน่ะสิ รู้คำตอบก็ยิ่งพลุ่งพล่าน -ฉันอยู่ไกลครอบครัว แฟนก็ไม่มี กลับบ้านไปก็ไม่มีใครรอฉันอยู่
ทั้งที่สบายดีมาตลอดทั้งปี, ตอนนี้ผมกลับโดน “มนต์แห่งคริสต์มาส” เล่นงานจนตรรกะบิดเพี้ยนไปหมด
สามสิบเอ็ดธันวาที่ผ่านมา, ตอนห้าทุ่มสี่สิบห้า เพื่อนๆ กำลังจะไปดูพลุกัน ผมเซ็งมาทั้งวัน เลยขอตัวกลับบ้าน เที่ยงคืนปีใหม่ปีนี้ ผมดูคนเขาเค้าท์ดาวน์ทางทีวีอยู่ในห้อง คนเดียว
ผมเป็นบุคคลกลุ่ม “ไม่มี” (คู่) มาหลายเดือนแล้ว หากเทียบกับกลุ่มไม่มีบ้าน, ไม่มีเพื่อน, ไม่มีเงิน ฯลฯ สถานการณ์ของผมย่อมถือว่าอยู่ในขั้นปกติ แล้วในความเป็นจริง ผมก็ใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติ เรื่อยมา
เรื่อยมาจนถึงวันที่สามสิบเอ็ด ตื่นมาตอนสาย ได้ยินเพลงจากวิทยุข้างห้อง ท่อนสร้อยร้องว่า : “อยากมีคนพิเศษ อยู่ในคืนพิเศษ คืนสำคัญอีกคืน ที่ต้องอยู่อย่างเหงาใจ..”
เพลงนี้ผมเคยฟังบ่อยๆ แต่วันนี้มันอึ้งๆ แปลกๆ
“อยากมีคนพิเศษ จับมือกันข้ามผ่าน คืนสำคัญอีกคืน ที่ความเหงาคืบคลาน...หัวใจ..”
ไม่ใช่คืบคลาน, มันกระแทกเข้ามาเลยทีเดียว โดนแบบนี้ก็ต้องแต่งตัวต้องออกไปหาเพื่อนๆ , ไปหาความบันเทิงเริงรมย์ที่ควรจะมีในวันเทศกาล การอยู่กับเพื่อนเป็นความคิดที่เข้าท่า แต่เอาเข้าจริงๆ พวกมันก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก ในหัวยังได้ยินเพลงเดิม, คราวนี้เป็นท่อนบริดจ์ : “มีเพลงเปิดดัง มีผู้คนรอบกาย หัวใจก็ยังเงียบงัน..” คนแต่งเพลงนี้คงเคยถูกความเหงาในคืนวันที่สามสิบเอ็ดหลอกหลอนมาอย่างหนัก, อย่างอ่วม เนื้อเพลงของเขาจึงกัดกินใจและทำให้เราเหนื่อยได้ถึงขนาดนี้ ก่อนเที่ยงคืนผมจึงลาเพื่อนๆ กะทันหัน
บรรยากาศของฮอลิเดย์ซีซั่นทำให้คนฟุ้งซ่าน ผู้แต่งเพลง “คืนข้ามปี” ก็เป็นเหยื่ออีกรายหนึ่งของมัน เราต่างถูกโปรแกรมฝังหัวจนชุ่มไปด้วยไอเดียโรแมนติคของคริสต์มาส, มองเห็นแต่ภาพของความรักความอบอุ่นในช่วงเทศกาลปีใหม่ ชุดความคิดเหล่านี้ฝังลึก, จนหากปีไหนไม่มีภาพความโรแมนติคแบบนั้นเกิดขึ้น, เราก็จะสร้างความรู้สึกร้ายๆ มารบกวนใจของเราเอง วันที่ควรจะเป็นแค่วันปกติธรรมดาเหมือนทุกวัน กลับกลายเป็นวันที่พิเศษ มีผลกระทบต่อจิตใจได้อย่างร้ายแรงเป็นพิเศษ
-เฮ่อ ก่อนหน้าเทศกาล, ผมก็อยู่ของผมดีๆ
สวัสดีปีใหม่ ๒๐๐๙ ขอให้ทุกคนมีความสุขหลายๆ

#51 By Mango Hotel on 2009-01-04 16:41