หงุดหงิด?
posted on 14 Mar 2009 22:56 by chubbyhole in Head-in-the-Holeผมก็สงสัยว่า ผมไปหงุดหงิดช่วงไหน, ตอนไหนกันนะ
เพื่อนๆ ของผมสนุกดีครับ เราเชือดเฉือนกันด้วยวาจาตลอดเวลา..
ปกติแล้ว คำพูดแรงๆ ที่ส่อไปในทางเหยียดเพศเหยียดผิวนั้น ผมไม่เคยชอบเลย แต่ในเวลาที่คุย(ด่า)กันอย่างออกรสออกชาติ คำพูดเหยียดหยามทุกประเภท -มันก็กลายเป็นความตลกสนุกสนาน บางทีผมเหยียดตัวเองด้วยซ้ำ
ด้วยความสะใจเสียด้วย
แต่ในเวลาที่คุณกำลังเซ็ง ไอ้คำพูดคำด่าที่ควรจะสนุกสนาน ใสๆ ไม่มีพิษภัย มันก็กลับทำให้คุณ –ขุ่นเคืองได้เหมือนกัน เพราะแต่และคำ, แต่ละความคิดเบื้องหลังคำเหล่านั้น มันช่างเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ และเต็มไปด้วยอคติ
ช่วงที่ผมขี้เกียจออกจากบ้านไปเจอเพื่อนๆ , ปรากฎว่าเพื่อนๆ ลงความเห็นอย่างสนุกสนานว่าผมกำลังหงุดหงิด นั่นเป็นเพราะว่าผมเป็นเกย์ แล้วเกย์นั้นก็เป็นฮีสทีเรีย* เมื่อขาดเซ็กส์ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องอารมณ์เสีย ซึ่งอันนี้พวกมันเข้าใจดี ว่าเกย์นั้นมักจะขี้หงุดหงิด, อารมณ์รุนแรง แล้วก็บ้าเซ็กส์
ทุกทีผมจะขำ, ด่ากลับไปว่าอีบ้า หรือไม่ก็เย้ยหยันมันกลับไปว่า คนเราก็ “อยาก” ด้วยกันทั้งนั้นแหละ แต่จะ “ทำ” ได้หรือไม่ได้นั้นมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ฉันทำได้, แล้วเธอล่ะจ๊ะ? ปกติผมก็จะตอกกลับไปแบบนั้น
แต่ตอนนี้ผมเซ็ง ผมจึงไม่ได้ตอบโต้อะไร
คำพูดแสดงความเข้าอกเข้าใจเกย์แบบนี้ เป็นการมองว่าเกย์ไม่ใช่มนุษย์ปกติ, มีความเงี่ยนรุนแรงมากกว่าชาวบ้าน เมื่อไม่มีเซ็กส์จึงหงุดหงิดได้ง่ายๆ ...
ผมว่าถ้าเขามองเกย์เป็นมนุษย์ทั่วไป เขาจะไม่พูดอะไรแบบนี้หรอก เพราะเขาจะต้องคิดต้องเทียบกับตัวเองก่อน, เขาจะถามตัวเองว่า เออ แล้วตัวกูล่ะ มีเซ็กส์ครั้งสุดท้ายน่ะเมื่อไหร่กัน? เมื่อลองเทียบแล้ว, มันก็จะเข้าตัว เพราะคนที่ควรจะหงุดหงิดที่สุดก็คือตัวเขานั่นเอง
ผมเข้าใจเรื่องภาพที่มาพร้อมกับเสียง (stereotype) พอคุณได้ยินคำว่าเกย์, ภาพที่ติดมาโดยอัตโนมัติก็คือ ความวิปริต , ความร่าน, น่ารังเกียจ, น่าอาย บางคนจัดเอาเกย์ไปรวมไว้กับพวก pedophile, โปรดอย่าให้พวกมันเข้าใกล้เด็กๆ
บางคนก็ใช้คำพูดที่ดูเหมือนหวังดีเหลือเกิน ไม่รักกันไม่เตือนนะเนี่ย อย่าง “จะทำอะไร (มีเซ็กส์) ก็ต้องระวังตัวนะ” ฟังเผินๆ มันก็เป็นเพียงความปรารถนาดีที่มนุษย์มีต่อมนุษย์ด้วยกัน
แต่ทว่าการเตือนแบบนี้ เกิดขึ้นก็เพราะ เซ็กส์ของเกย์(ในสายตาของผู้เตือน) มันดูอันตราย ร้ายแรง และวิปริต
หากเพื่อนผู้ชายออกไปเที่ยว(มีเซ็กส์กับผู้หญิง) ก็จะไม่มีใครเตือนเขาด้วยห่วงใยแบบนั้นหรอก เพราะเขาเห็นกันว่าเซ็กส์ของชาย-หญิงนั้นมันใสสะอาด บริสุทธิ์ผุดผ่อง
-ทั้งที่ที่จริง เซ็กส์ของใคร ถ้าไม่ป้องกัน มันก็น่ากลัวทั้งนั้นแหละ
stereotype, พิมพ์ฝังลงไปแล้ว มันแกะออกยาก ผมเข้าใจ แล้วผมก็เหนื่อย เหนื่อยที่จะอธิบาย เหนื่อยที่จะทำความเข้าใจ เพราะแม้แต่ในสังคมที่สิทธิเท่าเทียมเบ่งบาน ก็ยังมีการดูถูกเกย์ หรือมองเกย์เป็นเพศที่เป็นส่วนเกิน –“ผิดปกติ” “ผิดเพศ” พวกที่คลั่งชาติคลั่งเพศมากๆ ก็จะบอกว่า “เสียชาติเกิด” เป็นต้น
ผมเคยอ่านหนังสือของนักคิดนักเขียนชื่อดังอย่างประภาส(จิก), เขาพูด(เขียน)อย่างเข้าใจโลกสุดๆ ว่า เกย์สำหรับเขาก็คือผู้หญิง ผม(ประภาส)จะปฏิบัติต่อเกย์เหมือนกับที่ปฏิบัติต่อผู้หญิง..
อ่านแล้วอยากเขวี้ยงหนังสือทิ้ง ไม่รู้ว่าในชีวิตพี่, พี่รู้จักเกย์มากี่คน? ถ้าพี่ขืนลองไปปฏิบัติ(treat)กับเพื่อนๆ ของผมแบบนั้น มันคงได้ตบกะโหลกพี่ให้แรงๆ แล้วถามว่า What the fuck is that? เพื่อนผมเป็นภารโรง เป็นช่างไม้ เป็นตำรวจ แต่ละคนตัวยังกะควาย ไม่มีใครต้องการการดูแลแบบผู้หญิงหรอก เขา “แมน” กว่าพี่อีก
เกย์ที่ชอบให้พี่จิกปฏิบัติต่อเขาเหมือนผู้หญิงนั้นก็มีอยู่, เยอะเสียด้วย แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด คำว่า “เกย์” ของพี่มันแทนเกย์ทั้งหมดไม่ได้หรอก ผมว่าปฏิบัติต่อเกย์แบบมนุษย์คนหนึ่งก็พอ การเทียบเกย์ทั้งหมดเป็นผู้หญิงนั้น มันเป็นการมองโลกแบบ -โคตรแคบเลย
-เพื่อนบางคน พอรู้ว่าผมขี่จักรยานเสือภูเขา มันบอก “ว้า เซ็งว่ะ” คือมันผิดหวังครับ มันคิดว่าผมควรจะไปนั่งพับเพียบจัดดอกไม้นั่นเอง
หลายคนคงบอกว่าก็มันแปลก มันใหม่ มันเข้าใจยากนี่หว่า อยากให้เข้าใจก็อธิบายมาสิ..
คุณจำฉากที่ Tom Hanks นั่งอึดอัดอยู่ในห้องซาวน่า (ในหนัง Philadelphia) ได้ไหม Tom อยากจะบอกความจริงเรื่อง sexuality ของเขากับบรรดาเจ้านายที่บริษัท แต่หลังจากได้ยินบทสนทนาของเจ้านาย ที่ทับถมดูถูกเกย์อย่างออกหน้าออกตา Tom จึงเปลี่ยนใจ
บางครั้งที่ผมไม่อยากออกไปเที่ยวกับเพื่อนกลุ่มที่ heterosexual มากๆ ก็เพราะผมไม่อยากอยู่ในฉากที่อึดอัดแบบนั้นตลอดเวลาน่ะสิ
อธิบายให้เข้าใจหรือ? เหนื่อยเกินไปไหม
เพื่อนกลุ่มผู้ชายของผมเขาเรียกโสเภณีเป็น “ตัว” ครับ
(ในซ่อง) “เอา “ตัว” นั้นโก (โก = แมงดา), ไม่ใช่ “ตัว” นั้น, อีก “ตัว” นึง”
คุณจะให้ผมอธิบายอะไรกับพวกมัน
เล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนผู้หญิงฟัง, ก็ไม่เห็นมันจะเดือดร้อนอะไร
(เรียกผู้หญิงเป็น “ตัว” นะโว้ย ช่วยกูโกรธหน่อยได้ไหม!?)
คุณจะให้ผมอธิบายอะไร?
(หมายเหตุ * hysteria คือ บุคลิกภาพแบบที่มีลักษณะพึ่งพิงผู้อื่น อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย เรียกร้องความสนใจ แต่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่ามันคือโรคจิตประเภทขาดเซ็กส์ไม่ได้)
ในโลกเราก็แบบนี้แหล่ะนะครับไม่มีความเท่าเทียมที่แท้จริงเลยและไม่มีทางที่จะมีด้วย แต่ที่ร้ายยิ่งกว่าก็คือการที่คนอื่นๆ ไม่พยายามที่จะเข้าใจความแตกต่างของความไม่เท่าเทียมและความต่างของแต่ละคน แต่ชอบเหมารวมด้วยกรอบความคิดที่ตัวเองมีอยู่...

ถึงจะหงุดหงิดไปบ้าง
เป็นเรื่องธรรมดาของคน
ไม่เกี่ยวกับเพศไหนซะหน่อยนิ
คนเราไม่ใช่หุ่นยนต์...หงุดหงิดไปเหอะ
ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วงนี้ร้อน อาจจะเพลาๆได้บ้างค่ะท่าน
#1 By emokimo on 2009-03-14 23:15