ในเอ็นทรี่ “Sex Education”  -คำ sexual “oppression” ผมแปลว่า “ความเก็บกด” ทางเพศ
วันก่อนเหลือบไปเห็นบรรทัดสุดท้ายบนปกหลังหนังสือกระทู้ดอกทอง (โดย คำ ผกา)
“...ในท่ามกลางโครงสร้างที่กดกั้นพวกเขาเอาไว้..” (คำนำเสนอ โดยนพพร ประชากุล)
sexual oppression เป็นได้ทั้ง กดขี่ หรือ ถูกกดขี่ หรือ เก็บกด กดดัน
ผมจึงกลับไปแก้เป็น “การ(หรือความ) “กดกั้น” ทางเพศ” นะ มันน่าจะตรงกว่า (ไหม?)  

การแปลนี่มันยากจริงๆ  

ทุกครั้งที่ลองแปลอะไรเล่นๆ  ผมจะพบปัญหาใหญ่ นั่นคือ -ภาษาไทยของเรามีคำให้เลือกใช้ “น้อย” เหลือเกิน  อย่าง
voice แปลว่าเสียง, noise ก็แปลว่าเสียง,
sound  ก็เสียง, audio ก็เสียง,
tone ก็ เสียงด้วยเหมือนกัน
...

provide ล่ะ? เตรียมให้พร้อม
แล้ว prepare ล่ะ? ก็ เตรียมให้พร้อม อีก


role, line, script, dialogue,.. บท, บท, บท, บท  
express, perform, act, show, exhibit,… แสดง, แสดง, แสดง, แสดง, แสดง..  ของเขามีตั้งหลายคำ ทำไมเราแปลมันออกมาได้แค่นี้  –แสดง?
คำเดียว แห้งแล้งมาก
“ระดับความต่ำ/สูงหรือมืด/สว่างของเสียงหรือแสงสี”
เราต้องใช้คำพูดตั้งมากมายมาอธิบายคำว่า “tone” คำเดียว(สี่ตัวอักษร)
ทำไมคำสั้นๆ อย่าง tone, voice, sound แสดงลักษณะที่ต่างกันของ “เสียง” ได้กระชับชัดเจน ในขณะที่ภาษาไทยเราต้องอธิบาย/สาธยาย/ขยายกันยืดยาว ยืดเยื้อ
น่าน้อยใจจริงๆ  
นี่คงทำให้คนแปลหลายคนถอดใจ และหันไปใช้บริการการ “ทับศัพท์” แทน

ทำไมภาษาของเราจึงมีคำให้ใช้ น้อย และ ซ้ำๆ กันอยู่แค่นี้ มีใครงุบงิบไว้รึเปล่า?
ผมลองเปิดหาคำใหม่ๆ ใน พจนานุกรม “คำใหม่” (เล่ม ๑ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน)  แล้วก็พบว่า ผมพึ่งพวกเขาไม่ได้หรอกครับ ทั้งเล่มมันเต็มไปด้วยคำสแลงเสียจริต อย่าง “วัยโจ๋” “ชิวชิว” “นมล้น” “นมหก” หรือ “คนพันธุ์อา” (น. นักเรียนอาชีวศึกษา) เปิดอ่านแล้วก็อนาจใจ
ไม่ใช่ครับ, ที่ผมต้องการไม่ใช่ “คำสแลงใหม่” แบบนั้นครับ ผมว่าเรามีทางทำให้ภาษามันงอกงาม, มีคำเพิ่มมากขึ้นได้ วิธีหนึ่งก็โดยความช่วยเหลือจากภาษาบาลี สันสกฤต เขมร และภาษาอื่นๆ  แบบที่เขาเอามันมาผสมผสมกันจนได้คำอย่าง
มายาคติ -myth
อุตตระโลก -spiritual world ฯลฯ
อะไรเก๋ๆ แบบนี้ ไหนๆ เราก็รับ(ภาษา)ของเขามาใช้ตั้งนานแล้ว เราน่าจะพัฒนามันให้เกิดประโยชน์มากที่สุดกันไปเลย      

(ในอนาคต)  :
voice?  ก็ “โฆษะ” ไง
sound?  ก็ “สุรสีร์” ไง
(อันหลังมั่ว)
มันคงจะเท่ดี

เราควรจะต้องพัฒนามันขึ้นมาใช้ เพราะของที่ไม่ค่อยได้ใช้, เราก็จะไม่มีความคุ้นชิน จะหยิบมาใช้ทีมันก็เคอะเขิน มันจะกลายเป็น –ลิเก :  

(หนุงหนิงตอนเช้า)
“โอ้ เซ็กส์เมื่อคืนเป็น ทิพยรส แท้ๆ

“(เขินอาย) แหม ก็บุพกาล (primitive -เยี่ยงสัตว์ป่า) ปานนั้น

ตัวอย่างมันอาจจะยังไม่ค่อยเหมาะ...
แต่คุณพอจะนึกออกใช่ไหม ภาษาไทยที่ “อุดมสมบูรณ์” “มั่งคั่ง” “ฟูๆ
(fertile) อะไรแบบนั้นน่ะ

....




ผมจบเรียงความอยู่แค่นี้
-แต่ก็ยังสงสัยจริงๆ จังๆ ว่าทำไมคำในภาษาไทยมีจำนวนน้อยนัก? นอนไม่หลับจึงอีเมล์ถามผู้รู้คนที่ผมชื่นชอบ แล้วผมก็ได้คำตอบสุดประเสริฐ (ขอบคุณครับ)

จึงต้องเอามาแปะไว้ สำคัญมาก
เปิดหัวสมองที่สุด
(ตัดความเล็กน้อยจากอีเมล์ตอบกลับ ขอนุญาตแล้ว)  :

“...ต้องยอมรับเลยว่า คำ ในภาษาของเราน้อยมาก และไม่มีการ "ผลิต" คำใหม่ๆ ออกมา ร้ายไปกว่า ราชบัณฑิต มักจะผูกขาดการผลิต "คำ" เหล่านี้ ที่พอผลิตออกมาแล้ว ไม่ค่อยมีใครกล้าใช้ เพราะมันฟังดูลิเกๆ  คนแปล บางทีต้องกลับไปอ่าน วรรณคดีเก่าๆ บ้าง (อาจฟลุค เจอคำที่ง่ายๆ ที่นึกไม่ถึง) กลับไปหาภาษาพื้นถิ่น บ้าง เพื่อหา "คลัง" ของคำ เพิ่ม  หรือบางทีก็ ผลิต คำขึ้นมาเองเลย แต่ถึงอย่างนี้ คนไทยก็ยังชอบคิดว่า ภาษาไทย ร่ำรวย และนี่เป็นเหตุผลที่เราควร ส่งเสริม การใช้ภาษาไทยคำ อังกฤษคำ  (ในขณะที่นักอนุรักษ์ ทั้งหลาย บอกว่า กระแดะ)  เพราะเป็นทางเดียวที่เราจะเก็บความหมายที่ ในภาษาไทย ไม่เพียงแต่ไม่มี "คำ" ให้ใช้ แต่ยังไม่มี คอนเส็ปท์ มารองรับ "คำ" คำนั้นด้วย ในภาษาญี่ปุ่นก็ทับศัพท์เยอะ  คำยืมจากภาษาอิตาลี เยอรมัน ก็ยังทับศัพท์ ไว้เหมือนเดิมก็มาก...”

...  



คราวนี้ก็นอนหลับ จบจริง
สวัสดีครับ  



Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

5555
ขำตรงนี้หละครับพี่
(หนุงหนิงตอนเช้า)
“โอ้ เซ็กส์เมื่อคืนเป็น ทิพยรส แท้ๆ “
“(เขินอาย) แหม ก็บุพกาล (primitive -เยี่ยงสัตว์ป่า) ปานนั้น“

เหมือนหนังจักรๆ วงศ์ๆ ปนหนังเอ็กซ์ confused smile

ตอนผมเขียนอะไรบางอย่าง ก็นึกคำไม่ค่อยออกเหมือนกันครับ เช่น "อร่อย" เนี่ย มันมีกี่คำกัน? น้อยมั้ย
ลืม..Hot!
ไม่ครับค่างกันครับ(เริ่มเทพconfused smile ) noise=เสียงกวน คลื่นกวน คลื่นแทรก พวกพูดในโรงหนังนั่นแหละ
voice=เสียงพูด
audio=จะเป็นจำพวกเสียงเครื่องเสียง
sound=เสียงทั้งหมดที่เป็นเสียง
tone=ระดับเสียง เช่นโทนสูง-ต่ำ
provide=การจัดให้ประมานว่า เขาได้จัดน้ำ อาหารมาให้
prepare=เตรียมพร้อม เช่น เตรียมตัวสอบ




ปล คนไทยขี้เกียจครับ

#3 By oatsmart on 2009-03-16 16:46

อุ่ยลืมHot!
อ้าว
มาสเตอร์แชมมาจากไหน(สงสัยเราจาพิมพ์นาน)

#4 By oatsmart on 2009-03-16 16:47

หา "คลังคำ" มาอ่านค่ะดูสิคะ จะพบคำความหมายใกล้เคียงกันไว้ให้ใช้อย่างเหลือเฟือ

อนึ่งหากไม่พอใจกับภาษาที่มีคำน้อยๆ ลองไปเรียนภาษาญี่ปุ่นดูสิคะ จะพบว่านรกแตกมาก ไม่รู้จะแยกคำไปไหน -_-

#5 By ファ-ン on 2009-03-16 16:58

นึกไปถึงคำศัพท์ที่เราชอบล้อเลียนกันว่า อย่าแปลออกมาเลย จั๊กจี้นัก
Computer, joy, mouse เทือกนั้น

พวกนิยายไทยเก่าๆ มีคำเยอะกว่าสมัยนี้ แต่ละคำหรูหรา แต่ก็สละสลวย ฟังดูน่ารักดีเหมือนกัน
Hot!

#6 By พ. on 2009-03-16 16:59

เอนทรีนี้ทำให้นึกถึงคุณ 'รงค์ มากๆ ครับ
Hot!

#7 By วิชัย... on 2009-03-16 17:03

โดยรวมเข้าใจว่า คำไทยมีอยู่สองประเภท 1 คือ เป็นคำสามัญ สามารถพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน ส่วนประเภทที่ 2 คือ คำที่ไฟเราะเพราะพริ้งซึ่งเป็นคำไทยที่คนไม่ค่อยใช้ (จะใช้เป็นกรณีพิเศษเท่านั้น)หรือแทบจะไม่ใช้เลยเพราะไม่คุ้นชิน และไม่คิดจะใช้อีกต่างหาก


หมายเหตุ :
1.ขณะอ่านถึงกับกลั้นหัวเราะไม่ไหว ต้องสะกิดพี่ที่นั่งโต๊ะข้างๆ ให้รับรู้สารร่วมกันกับกรณีการใช้วาจาหวานฉ่ำในยามฟ้าสาง... อ๊างงงงงง...งงงงง!!!~
2.คำว่า บุพกาล ถ้าไม่มีการอธิบายความ คู่ร่วมเสพสมอารมณ์หมายอาจมิเข้าใจได้ (หรือว่าโง่เองก็ไม่รู้นะคะ)

#8 By Luvinmache on 2009-03-16 17:26

ขืนไปผลิตคำขึ้นมา ผู้ใหญ่ใจแคบก็ออกมาเต้นหน่ะสิคะconfused smile Hot!

#9 By V@R on 2009-03-16 17:53

เห็นด้วยและขำด้วยค่ะcry

คำไทยมีให้ใช้น้อยจริงๆ วัยรุ่นเลยต้องผลิตศัพท์แปลกๆออกมาใหม่ไม่ให้จำเจไงคะ

แต่มันไม่ได้รับการยอมรับจากผู้ใหญ่ที่อยากให้ภาษาไทยเป็น"ภาษาตาย"อ่ะค่ะ
ใครจะเป็นคนผลิตล่ะเนี่ย

ทิพยรส 55+
คิดเล่น ๆ ว่า ราชบัณฑิตน่าจะร่วมมือกับ GTH
ในการสร้างกระแสศัพท์ใหม่โดยการนำคำศัพท์
ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่พวกนี้ เอาไปใส่ใน
บทหนังของ GTH ซักเรื่องในอนาคต

อีกไม่นานก็คงมีคนเอาไปใช้กันทั่วเมือง open-mounthed smile

#12 By oatato on 2009-03-16 18:55

Hot! Hot!
อืม...
เป็นปัญหาที่แก้ยาก

ดูจากตัวอย่างที่ยกมา...
พวกเราจะกลายเป็นลิเกกันหมด
= =;;


ขอโต้แย้งประเด็นที่คำภาษาไทยน้อยนะคะ
เราว่าภาษาไทยรุ่มรวยคำอะ มันมีหลายคำ แต่ละคำก็มีความหมายแยกย่อยออกไป
เช่น กิริยาเดิน เรามีทั้ง ย่าง ก้าว ย่อง เดิน (ย่าง นี่ภาษาถิ่น คำไทยแท้ๆ เลย เดินยังมาจากคำเขมร)
หรือการใช้มีดตัดสิ่งของ มีทั้ง หั่น แล่ ตัด เฉือน
กิน ก็มี รับประทาน อ้ำ หม่ำ เปิบ สวาปาม
หรืออย่างคำว่า อร่อย ก็เช่น รสดี ถูกปาก กลมกล่อม

การผลิตคำถือเป็นการพัฒนาของภาษานะ สร้างสรรค์มันออกมาเถิด
ผู้ใหญ่ที่เป็นหลักปัญญาโดยแท้จริงของแผ่นดินย่อมไม่โต้แย้งตรงนี้นะ เราว่า ภาษามันย่อมก้าวตามความเป็นไปของโลกอยู่แล้วค่ะ มีอะไรใหม่ๆ ขึ้นมา ก็ต้องหาคำเรียกสิ่งนั้นมิใช่หรือ หากหาคำแทนไม่ได้ ทับศัพท์แล้วสื่อความได้ก็ใช้ไป ถ้าบัญญัติศัพท์แล้วสื่อได้ไม่ติดขัด ก็อาจใช้ได้เช่นเดียวกัน

ครูเรายังเคยใช้ภาษาแบบมีลูกเล่น เช่น
"สอบพอเป็นจริต" (หมายถึงสอบไปอย่างนั้นเองเพื่อลองภูมินิสิต ไม่เอาคะแนน)
"พวกคุณสามารถมั้ย?" (ถามนิสิตว่า ทำได้มั้ย)
เราว่าคำบางคำเรามีค่ะ แต่เราไม่รู้จักใช้
พยายามเป็นนายของภาษาให้ได้ แล้วบางครั้งเราอาจไม่จำเป็นต้องผลิตคำใหม่ขึ้นมาเลย เผลอๆ เราได้สำนวนสวิงสวายอีกต่างหาก

เพิ่มเติมค่ะ voiced ในทางภาษาศาสตร์ ก็ใช้ว่า เสียงโฆษะ (หรือเสียงก้อง) ค่ะ ส่วน voiceless ใช้ว่า เสียงอโฆษะ (เสียงไม่ก้อง)

เง่อ ยาวจัง

#14 By Kwanrapee_The_Artist on 2009-03-16 19:02

เห็นด้วยในเรื่องศัพท์หลายๆคำจำเป็นต้องทับศัพท์จริงๆครับ แต่อย่างคำว่า eat ของเมืองนอก เมืองไทยก็มีหลายระดับเหมือนกันครับ big smile

#15 By SkyKiD on 2009-03-16 19:13

อ่านแล้วก็ขำ ช่างเปรียบ

คำไทยบางคำก็เลิศหรูเกินจะบรรยายคงจะไม่มีใครนำมาใช้ในชีวิตหรอก
จึงให้เห็นว่าคำไทยมีน้อย ... ถ้ามีการใช้คำหรูๆ จริงๆ ชีวิตเราคงเป็นแบบลิเกไปล่ะ ฮาๆๆ คงต้องดูลิเกบ่อยๆซะละจิ








#16 By baka-copain on 2009-03-16 19:17

เหมือนจะเหมือนแต่ก็ต่างในการใช้เหมือนกันsad smile

#17 By .-.Chill.-. on 2009-03-16 19:27

ผมกลับมองในมุมกลับนะครับ

ผมว่าภาษาไทยมีคำกว่าภาษาอังกฤษอีก
เเต่ว่า บางกาลเทศะ เอามาใช้ไม่ได้ มากกว่า

อย่างเช่น "ทิพยรส" นะเเหละ

แถม Hot!

#18 By Red on 2009-03-16 19:39

ในฐานะนักแปล ไม่เคยรู้สึกว่าภาษาไทยมีคำน้อยนะคะ จะมีปัญหาก็ตรงที่ไม่มีศัพท์ตรงกับคำที่ต้องการแปลเป๊ะๆ มากกว่า ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะลงว่าการแปลจากภาษาหนึ่ง ไปเป็นอีกภาษาหนึ่ง ไม่มีทางถอดความได้เหมือนเดิม 100% อยู่แล้ว

คำแต่ละคำย่อมแฝงความหมายโดยนัยของมัน ซึ่งคนต่างวัฒนธรรมย่อมถอดความหมายได้ไม่เต็มที่เหมือนกันอยู่แล้ว

ยกตัวอย่างเช่นคำว่า Sin ก็น่าจะแปลว่า บาป ถูกต้องไหมคะ ?

แต่ความหมายโดยนัยของสองคำนี้แตกต่างกัน คือ คำว่า Sin ตามความหมายของศาสนาคริสต์ย่อมหมายถึงบาปที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิด ต่างกับความหมายของคำว่าบาป ในศาสนาพุทธที่เกิดจากกรรมที่แต่ละคนได้กระทำมา

ดังนั้น ฉันว่าปัญหาในการแปลคงไม่ได้อยู่ที่ศัพทฺ์ภาษาไทยน้อยหรอกค่ะ แต่เป็นเรื่องปัญหาที่ถ่ายทอดความหมายโดยนัยของคำศัพท์ให้ได้มากที่สุดมากกว่า

ถ้าเพื่อตอบสนองต่อวัตถุประสงค์นั้นแล้ว การผลิตคำใหม่ๆ ก็คงเป็นวิธีที่ดี แต่ก็ต้องใช้เวลากว่าจะไ้ด้รับการยอมรับกันในวงกว้างเหมือนกัน


ถ้าอยากได้คำเก๋ๆ น่าจะลองไปอ่านนิยายของคุณรงค์ วงษ์สวรรค์ดูค่ะ จะเห็นการใช้คำโฉบเฉี่ยวไม่เหมือนใครเลย ทั้งๆ ที่เป็นนิยายหลายสิบปีมาแล้วนี่แหละ

#19 By draco on 2009-03-16 19:45

ผมไม่ค่อยชอบนะครับไทยคำอังกฤษคำบนเวทีการพูดหรือการบรรยาย

แต่พอคุยกันในวงสนทนาเล็กๆผมชอบใช้มากๆsad smile

เพราะผมคิดว่าการที่คนต้องทำอะไรที่มันดูทางการๆหน่อย ก็ควรจะมีลักษณะการพูดที่ดีหน่อยครับ

แต่เมื่อเราคุยกับเพื่อนก็ใช้ไปเถอะตามสบาย

#20 By t_SYN_t on 2009-03-16 20:13

คำไทยก็มีมากนะคะ
แต่ว่าไม่ค่อยได้นำมาใช้
อาจเพราะไม่คุ้นเคย
หรือบางกาลเทศะก็ไม่เหมาะนะคะ

#21 By ~memay~ on 2009-03-16 20:26

ถ้าอยากให้คำใหม่ๆ เป็นที่นิยม ก็ต้องเลือกคำที่ฟังดูแล้วเหมือนจะสื่อความหมายได้ตรงใจ แต่เอาเข้าจริงแล้วไม่ได้สื่ออะไรเลย...

ตัวอย่างเช่นเช่น "เซ็กซ์เมื่อคืนนี้สุดๆ ไปเลยเว้ยเฮ้ย" แล้วที่ว่าสุดๆ เนี่ย มันยังไงเหรอ มีเซ็กซ์ครั้งไหนที่ไม่สุดบ้าง หรือที่ผ่านมาไม่เคยสุดเลยจนกระทั่งเมื่อคืนนี้ ?

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะเข้าใจคำว่า "สุดๆ" นี้โดยไม่ต้องอธิบายให้ไม่เข้าใจไปมากกว่าเดิมsad smile

#22 By รัตนาดิศร on 2009-03-16 21:03

จริงๆเเล้ว...การเเปลไทยเป็นอังกฤษก็ยากพอกันอ่ะค่ะ เพราะว่าหาคำที่ความหมายตรงกันไม่ได้เหมือนกัน

จริงๆเเล้ว...ภาษาไทยอาจจะมีเยอะ .. เเต่เพราะการผูกขาดบางอย่าง ภาษาในชีวิตประจำวันที่เราพบเห็นทำให้มีคำหลายๆคำมันตายหายไป

ก็ตอนนี้ ข.ขวด กะ ค.คน ...ก็เลิกใช้เเล้วไม่ใช่เหรอ บนเเป้นพิมพ์ข้าพเจ้าก็หาไม่เจอเลย

ปล.ยังอยากได้คุรุมิอยู่มั้ยคะ อ๊าง...(อ๊างทำไม??sad smile )

#23 By KusaYoshi on 2009-03-16 21:09

บางคำในภาษาไทยก็เยอะนะconfused smile

#24 By wesong on 2009-03-16 21:29

ถึงจะมีความหมายที่ละเอียดกว่าเดิม
มันก็จะกลับไปสั้นห้วนๆเหมือนเดิมอยู่ดีล่ะครับ
จะว่าเป็นเพราะขี้เกียจมั้ย ก็ไม่เชิง

เวลาอยู่ในบริบทหนึ่งเราก็ใช้คำหนึ่งแต่เมื่อต้องไปอยู่ในอีกบริบท คำๆนั้นก็ยังพอจะใช้สื่อความหมายได้เข้าใจ ก็เลยใช้กันแบบผิดๆ(ถูกไม่เต็มที่)ต่อไป อย่าง voice sound noise ถ้าไม่มีใครทำหน้างงๆก็ไม่มีใครคิดจะหาคำที่เหมาะกันพอดีแน่ๆ

เห็นด้วยที่ภาษาไทยมีคำใช้ไม่พอนะครับ
แต่คำที่มีฟุ่มเฟือยจริงๆก็มีนะ อย่างในบทกลอน พระอาทิตย์กับพระจันทร์มีคำที่ใช้แทนกันได้เป็นสิบคำเลย

#25 By Life Goes On on 2009-03-16 21:42

เอ่อ น้องพูดถึงสาว ที่ต้องพูดว่า เมื่อคืน Babarian
-ป่าเถื่อนมากเลยค่ะ ได้ฟีลสุดๆ ค่ะ อิอิ จริงๆแล้วมีภาษามากมากมายครับ ตัวอย่าง รงค์ วงษ์สวรรค์ครับ นายภาษา

#26 By Jet (124.157.154.138) on 2009-03-16 21:53

ก็จริงครับพี่คูณ บางกลุ่มของศัพท์ภาษาอังกฤษมัน = ศัพท์ภาษาไทย + ส่วนขยาย/บริบท แต่บางกลุ่มก็สลับกันเนอะ

อยากรู้เหมือนกันว่าภาษาพูดสมัยก่อนเป็นแบบในหนังพีเรียดจริง ๆ รึเปล่า .. นั่นไงทับศัพท์ละ

#27 By toey on 2009-03-16 22:01

คือ ถ้ามีคำแปลชัดๆ ตรงตัวอย่างไม่จำเป็นต้องใช้คำทับศัพท์ ก็ไม่ควรใช้ภาษาต่างประเทศ

ถ้าไม่มีคำแปล หรือพุดเป็นไทยแล้วกำกวมจะใช้ภาษาต่างประเทศก็ไม่เป็นไร

#28 By KC_CRUSH on 2009-03-16 22:02

เราว่ามันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมนะ คลังคำในแต่ละภาษามันก็มีคำมากน้อยต่างกันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว อย่างคำเกี่ยวกับการใช้ของมีคมของภาษาไทยก็มีเยอะจนน่าประหลาดใจ (ตัด สับ แล่ เฉือน เชือด บาด ฟัน หั่น บาก ฝาน กรีด เลื่อย ฯลฯ ยังมีอีกเป็นสิบ- -;;)แต่ก็ต้องยอมรับว่าภาษาอังกฤษเค้ามีคำศัพท์เยอะมากๆจริงๆ แต่คำที่เค้าใช้กันเป็นปกติก็ไม่น่าเกินภาษาอื่นซักเท่าไหร่

#29 By ::widchii:: on 2009-03-16 22:09

จากที่เคยแต่งกลอนมา ภาษาไทยร่ำรวยมากครับ
ที่เหลือขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าขุดได้มากน้อยแค่ไหน

#30 By chubby on 2009-03-16 22:26

ผมว่าภาษาไทยมีคำที่ใช้ในบทประพันธ์มากเกินความจำเป็น

ในขณะที่ภาษาพูดและภาษาราชการขาดแคลนคำที่สามารถสื่อความหมายที่มีนัยและแยกให้เห็นความแตกต่างของสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ จนต้องยืมคำต่างประเทศมาใช้


ปล.ช่วงที่ขยันที่สุดในชีวิต(Ent') ผมได้ตระหนักว่าศัพท์ภาษาไทยนั้นจำยากกว่าศัพท์ภาษาต่างประเทศหลายเท่าsad smile

#31 By imine on 2009-03-16 23:51

ภาษานี่ลึกซึ้งจริงๆ

มีปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ถามเรานะ
computereasy.exteen.comHot!

#32 By MR.TIP & TRICK on 2009-03-17 00:17

บางคำก็มีคำแปลน้อยเหลือหลาย
แต่บางคำ คำอธิบายก็มากมายสุดๆนะคะsad smile
(พวกคำไวพจน์ต่างๆ)

#33 By -FAH- on 2009-03-17 00:35

ไม่ค่อยรู้สึกว่าน้อยนะคะ
ตั้งแต่่เรียนมานี่ก็รู้สึกว่าเยอะมาก
คำบางคำ ความหมายดีแต่ไม่ค่อยได้ใช้ก็พาลลืมไปเสีย

ไทยคำอังกฤษคำใช้กันมากเลยจำได้


big smile Hot!

#34 By iDoi* on 2009-03-17 01:04

คำมันเยอะนะผมว่า แล้วมันเป็นสมัยนิยมด้วย เรื่องทับศัพท์หรือสร้างคำใหม่ ต้องขึ้นกับความเคยชินยุคนั้นด้วย

ขนาดคำว่า เป็น ตอนแรกก็ "เปน" ตอนหลังก็เติมไม้ไต่คู้ไปเลย ถ้าใช้แล้วมันไม่ชิน ผมว่าคงยากหน่อยที่จะผลักดัน ...
ขอบคุณมากสำหรับทุกความเห็นครับ big smile big smile



(+ให้ดาวตัวเอง Hot! Hot! ไม่ได้ทำนานแล้ว sad smile)

#36 By chubbyhole on 2009-03-17 01:46

จริงๆ คำไทยมีไม่น้อยนะคะ แต่ส่วนใหญ่เอามาใช้จริงไม่ค่อยได้ เพราะจะทำให้ระดับภาษากระเดิด พูดง่ายๆ ก็ลิเกนั่นแหละค่ะ บางทีก็ไม่เหมาะกับกาลเทศะ สุดท้ายก็ต้องพึ่งการขยายความเอา

อีกอย่างคนไทยเดี๋ยวนี้ชอบสื่อสารกันด้วยคำง่ายๆ และนับวันจะหดสั้น และลดความสร้างสรรค์ลงทุกที จนหลายครั้งเราก็สื่อสารกันเองไม่รู้เรื่องล่ะ

#37 By + + n e o r o s i f i x + + on 2009-03-17 03:18

เพื่อความประเทืองปัญญาในด้านภาษา
ผมว่าต้องปลูกฝังกันตั้งแต่รากเหง้ามังครับ

ถ้าคนโดยรวมอินกับ Literature มากกว่านี้
(นี่ไง คำนี้ก็ไม่มีในภาษาไทย sad smile )
เดี๋ยวคำใหม่ๆมันก็คงเกิดเองนั่นแล

ยังไงภาษาที่มีคนใช้มันก็เป็นภาษาที่ยังไม่ตายอยู่แล้ว
คิดว่าติดที่ตรงวัยรุ่นตกภาษาไทยกันเยอะครับ
ศัพท์ใหม่ก็เลยมีแต่แวนซ์ๆเกรียนๆแบบนี้
(เป็นตัวอย่างพอดีเลย)

อิจฉาประเทศอังกฤษครับ open-mounthed smile Hot!

#38 By pw. on 2009-03-17 05:47

*ผมหมายถึงคำว่าอินนะครับ
ไม่ใช่ Literature sad smile

จริงๆมันก็มีแหละแต่มันให้อารมณ์ไม่เหมือน

#39 By pw. on 2009-03-17 05:49

ลืมอะ อยากให้แต่พิมพ์คอมเมนต์แล้วลืม sad smile Hot!

#40 By toey on 2009-03-17 07:38

แต่ผมว่า บางคำ คำไทยกฌมีความหลากหลายมากกว่าอังกฤษนะ
แต่โดยรวมแล้ว ผมว่าอังกฤษเขามีคำให้ใช้ใน sense ที่แตกต่างมากกว่า

อนึ่ง, mythology นี่เคยเห็นเขาใช้ว่า เทพปกรณัมภ์ ครับ

#41 By บองเต่า on 2009-03-17 07:41

“โอ้ เซ็กส์เมื่อคืนเป็น ทิพยรส แท้ๆ ”Hot! Hot!

#42 By subsub on 2009-03-17 09:10

ภาษาไทยบางคำสวย แต่ได้ยินแล้วก็งงครับว่ามันหมายความว่าไง .. บางคำก็ใช้ผิดความหมายมา จนพอรู้ความหมายจริงๆแล้วก็งงในความหมายมันอีก (นั่นsad smile )

แต่เอ็นทรีนี้อ่านสนุกและเห็นด้วยครับHot!

#43 By GuGGGar on 2009-03-17 09:18

สำหรับผมแล้วถือว่า "เท่มาก"

รู้จักพี่ชายคนนึงที่ตกใจแล้วอุทานว่า "นฤคหิต!"(อะไรซักอย่าง)หรือ "สัมพะสัมประสิทธิ์","กระบอกกระบวย"(อะไรซักอย่าง)

เหมือนกับว่าคนเราไม่อยากเรียนรู้อะไรเกินไปกว่าการจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน (อะไรซักอย่าง)

ถ้าผมเข้าใจคำเหล่านั้นมากขึ้น

"ผมจะใช้อย่างภูมิใจ"

#44 By Tabun man on 2009-03-17 10:05

คำบางคำในภาษาไทยก็มีเยอะ แต่ในภาษาอื่นๆ มีนิดเดียวก็มีนะคะ
หั่น ปาด เชือด เฉือน สับ ฯลฯ
มันขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมชาตินั้นๆ มากกว่า คำที่ไม่จำเป็นไม่มีใครใช้ ไม่มีแยกย่อยรายละเอียด เขาก็จับรวมๆ เป็นคำๆ เดียวกันไปเลยก็มี

นอกจากนี้ยังมีคำบางคำที่ ภาษาไทยไม่อาจพูดกำหนดได้เป็นหนึ่งคำ อาจต้องใช้การอธิบายเล็กน้อย อาจต้องมีการประสมคำมากกว่าสองคำ เพื่ออธิบาย จำกัดความให้ละเอียดยิ่งขึ้น เช่น "หั่นเป็นชิ้นเล็กพอคำ" ฯลฯ

การประสมคำที่มีอยู่เพื่อชี้ชัดจำกัดความคำนั้นๆ ให้มากขึ้น น่าจะดีกว่าการทับศัพท์ หรือบัญญัติศัพท์ด้วยภาษาเลิศหรู แต่พูดแล้วสื่อออกไปแล้ว ผู้รับสารไม่เข้าใจในทันทีนะคะ

#45 By blackrain on 2009-03-17 10:19

เคยได้ยินคุณแม่บ่นเหมือนกันค่ะว่าคำบางคำไม่รู้จะแปลจากภาษาจีนเป็นไทยยังไง

แต่คำภาษาจีนบางคำก็ใช้ความหมายได้กว้างมากเลยนะคะ อย่างคำว่าต้าเหริน มันแปลได้ทั้ง ผู้ใหญ่ , ใต้เท้า , ผู้ยิ่งใหญ่ อะไรแบบนั้น

เคยเรียนวิชาภาษาและวัฒนธรรมมา เค้าบอกว่าถ้าคนประเทศนั้นๆสนใจเรื่องอะไรก็จะมีคำศัพท์เกี่ยวกับสิ่งนั้นเยอะ อย่างประเทศอะไรสักอย่างแถวๆขั้วโลกมั้ง มีศัพท์เกี่ยวกับหิมะตั้งยี่สิบถึงสามสิบคำ ในขณะที่ภาษาไทยมีแค่คำว่าหิมะคำเดียว

อย่างภาษาอังกฤษก็ไม่มีการแยกแยะสีน้ำเงินกับสีฟ้านะคะ ถ้าจะเน้นว่าสีฟ้าก็อาจต้องเติมคำขยายเป็น light blue อะไรแบบนั้น ... เราว่าแต่ละภาษามันก็มีข้อจำกัด มีเอกลักษณ์ของมัน ทุกวันนี้เราก็ยังสื่อสารกันได้อยู่ไม่มีปัญหาอะไร ไม่จำเป็นต้องสร้างศัพท์ใหม่ๆขึ้นมาก็ได้นะ

#46 By \ MEIJI / on 2009-03-17 11:06

มีคำให้เลือกใช้น้อย แต่ . . พยัญชนะ + สระ เยอะโคตรรร !!! sad smile
คิดว่าคำหรู ๆ พวกนั้นคงมีก่อนอยู่แล้วมากมายเลยหละครับ แต่ไม่ค่อยมีคนหยิบมาใช้
ปัจจุบันก็เลยเป็นได้แค่คำเพราะ ๆ ในวรรณคดีหรือพวกกาพย์กลอน surprised smile

#47 By ToBIDaSoU on 2009-03-17 11:23

คำในภาษาไทยผมว่าเยอะ แต่ใช้จริงได้น้อย

เพราะถ้าเอามาใช้พูดจริง ในปัจจุบันก็คงถูกมองว่าโบราณ หรือลิเกอย่างที่หลายๆ คนว่าล่ะครับ

ที่ใช้ได้ก็คงมีแต่ตอนแต่ีงกาพย์กลอนเท่านั้นเอง...

อีกอย่าง คนไทยเราชอบอะไรง่ายๆ อยู่แล้วด้วย มีคำหรูมาก็คงหาคนใช้ยากอยู่ดีsad smile

#48 By Chuy on 2009-03-17 13:33

เห็นด้วยกับcommentที่ 7 ของคุณวิชัย คิดถึง พี่รงค์ ที่ชอบใช้คำได้โดนหัวใจมากที่สุดคณา เช่น เค้าไม่ทิ้งความทุกข์ลงในขวดเหล้าแต่เค้างมหาความสุขจากการเมา.........(โดนสุดๆ)ขอไว้อาลัยให้ พี่รงค์คะ

#49 By freeda (222.123.80.11) on 2009-03-17 16:52

ลืมให้ดาวคะ


#50 By freeda (222.123.80.11) on 2009-03-17 17:07