โปรดช่วยกันผลิต "คำ" ใหม่
posted on 16 Mar 2009 16:19 by chubbyhole in Head-in-the-Holeวันก่อนเหลือบไปเห็นบรรทัดสุดท้ายบนปกหลังหนังสือกระทู้ดอกทอง (โดย คำ ผกา)
“...ในท่ามกลางโครงสร้างที่กดกั้นพวกเขาเอาไว้..” (คำนำเสนอ โดยนพพร ประชากุล)
sexual oppression เป็นได้ทั้ง กดขี่ หรือ ถูกกดขี่ หรือ เก็บกด กดดัน
ผมจึงกลับไปแก้เป็น “การ(หรือความ) “กดกั้น” ทางเพศ” นะ มันน่าจะตรงกว่า (ไหม?)
การแปลนี่มันยากจริงๆ
ทุกครั้งที่ลองแปลอะไรเล่นๆ ผมจะพบปัญหาใหญ่ นั่นคือ -ภาษาไทยของเรามีคำให้เลือกใช้ “น้อย” เหลือเกิน อย่าง
voice แปลว่าเสียง, noise ก็แปลว่าเสียง,
sound ก็เสียง, audio ก็เสียง,
tone ก็ เสียงด้วยเหมือนกัน
...
provide ล่ะ? เตรียมให้พร้อม
แล้ว prepare ล่ะ? ก็ เตรียมให้พร้อม อีก
…
role, line, script, dialogue,.. บท, บท, บท, บท
express, perform, act, show, exhibit,… แสดง, แสดง, แสดง, แสดง, แสดง.. ของเขามีตั้งหลายคำ ทำไมเราแปลมันออกมาได้แค่นี้ –แสดง?
คำเดียว แห้งแล้งมาก
“ระดับความต่ำ/สูงหรือมืด/สว่างของเสียงหรือแสงสี”
เราต้องใช้คำพูดตั้งมากมายมาอธิบายคำว่า “tone” คำเดียว(สี่ตัวอักษร)
ทำไมคำสั้นๆ อย่าง tone, voice, sound แสดงลักษณะที่ต่างกันของ “เสียง” ได้กระชับชัดเจน ในขณะที่ภาษาไทยเราต้องอธิบาย/สาธยาย/ขยายกันยืดยาว ยืดเยื้อ
น่าน้อยใจจริงๆ
นี่คงทำให้คนแปลหลายคนถอดใจ และหันไปใช้บริการการ “ทับศัพท์” แทน
ทำไมภาษาของเราจึงมีคำให้ใช้ น้อย และ ซ้ำๆ กันอยู่แค่นี้ มีใครงุบงิบไว้รึเปล่า?
ผมลองเปิดหาคำใหม่ๆ ใน พจนานุกรม “คำใหม่” (เล่ม ๑ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน) แล้วก็พบว่า ผมพึ่งพวกเขาไม่ได้หรอกครับ ทั้งเล่มมันเต็มไปด้วยคำสแลงเสียจริต อย่าง “วัยโจ๋” “ชิวชิว” “นมล้น” “นมหก” หรือ “คนพันธุ์อา” (น. นักเรียนอาชีวศึกษา) เปิดอ่านแล้วก็อนาจใจ
ไม่ใช่ครับ, ที่ผมต้องการไม่ใช่ “คำสแลงใหม่” แบบนั้นครับ ผมว่าเรามีทางทำให้ภาษามันงอกงาม, มีคำเพิ่มมากขึ้นได้ วิธีหนึ่งก็โดยความช่วยเหลือจากภาษาบาลี สันสกฤต เขมร และภาษาอื่นๆ แบบที่เขาเอามันมาผสมผสมกันจนได้คำอย่าง
มายาคติ -myth
อุตตระโลก -spiritual world ฯลฯ
อะไรเก๋ๆ แบบนี้ ไหนๆ เราก็รับ(ภาษา)ของเขามาใช้ตั้งนานแล้ว เราน่าจะพัฒนามันให้เกิดประโยชน์มากที่สุดกันไปเลย
(ในอนาคต) :
voice? ก็ “โฆษะ” ไง
sound? ก็ “สุรสีร์” ไง
(อันหลังมั่ว)
มันคงจะเท่ดี
เราควรจะต้องพัฒนามันขึ้นมาใช้ เพราะของที่ไม่ค่อยได้ใช้, เราก็จะไม่มีความคุ้นชิน จะหยิบมาใช้ทีมันก็เคอะเขิน มันจะกลายเป็น –ลิเก :
(หนุงหนิงตอนเช้า)
“โอ้ เซ็กส์เมื่อคืนเป็น ทิพยรส แท้ๆ ”
“(เขินอาย) แหม ก็บุพกาล (primitive -เยี่ยงสัตว์ป่า) ปานนั้น”
ตัวอย่างมันอาจจะยังไม่ค่อยเหมาะ...
แต่คุณพอจะนึกออกใช่ไหม ภาษาไทยที่ “อุดมสมบูรณ์” “มั่งคั่ง” “ฟูๆ ” (fertile) อะไรแบบนั้นน่ะ
....
ผมจบเรียงความอยู่แค่นี้
-แต่ก็ยังสงสัยจริงๆ จังๆ ว่าทำไมคำในภาษาไทยมีจำนวนน้อยนัก? นอนไม่หลับจึงอีเมล์ถามผู้รู้คนที่ผมชื่นชอบ แล้วผมก็ได้คำตอบสุดประเสริฐ (ขอบคุณครับ)
จึงต้องเอามาแปะไว้ สำคัญมาก เปิดหัวสมองที่สุด
(ตัดความเล็กน้อยจากอีเมล์ตอบกลับ ขอนุญาตแล้ว) :
“...ต้องยอมรับเลยว่า คำ ในภาษาของเราน้อยมาก และไม่มีการ "ผลิต" คำใหม่ๆ ออกมา ร้ายไปกว่า ราชบัณฑิต มักจะผูกขาดการผลิต "คำ" เหล่านี้ ที่พอผลิตออกมาแล้ว ไม่ค่อยมีใครกล้าใช้ เพราะมันฟังดูลิเกๆ คนแปล บางทีต้องกลับไปอ่าน วรรณคดีเก่าๆ บ้าง (อาจฟลุค เจอคำที่ง่ายๆ ที่นึกไม่ถึง) กลับไปหาภาษาพื้นถิ่น บ้าง เพื่อหา "คลัง" ของคำ เพิ่ม หรือบางทีก็ ผลิต คำขึ้นมาเองเลย แต่ถึงอย่างนี้ คนไทยก็ยังชอบคิดว่า ภาษาไทย ร่ำรวย และนี่เป็นเหตุผลที่เราควร ส่งเสริม การใช้ภาษาไทยคำ อังกฤษคำ (ในขณะที่นักอนุรักษ์ ทั้งหลาย บอกว่า กระแดะ) เพราะเป็นทางเดียวที่เราจะเก็บความหมายที่ ในภาษาไทย ไม่เพียงแต่ไม่มี "คำ" ให้ใช้ แต่ยังไม่มี คอนเส็ปท์ มารองรับ "คำ" คำนั้นด้วย ในภาษาญี่ปุ่นก็ทับศัพท์เยอะ คำยืมจากภาษาอิตาลี เยอรมัน ก็ยังทับศัพท์ ไว้เหมือนเดิมก็มาก...”
...
คราวนี้ก็นอนหลับ จบจริง
สวัสดีครับ
มาสเตอร์แชมป์
) noise=เสียงกวน คลื่นกวน คลื่นแทรก พวกพูดในโรงหนังนั่นแหละ

ขำตรงนี้หละครับพี่
(หนุงหนิงตอนเช้า)
“โอ้ เซ็กส์เมื่อคืนเป็น ทิพยรส แท้ๆ “
“(เขินอาย) แหม ก็บุพกาล (primitive -เยี่ยงสัตว์ป่า) ปานนั้น“
เหมือนหนังจักรๆ วงศ์ๆ ปนหนังเอ็กซ์
ตอนผมเขียนอะไรบางอย่าง ก็นึกคำไม่ค่อยออกเหมือนกันครับ เช่น "อร่อย" เนี่ย มันมีกี่คำกัน? น้อยมั้ย
#1 By
มาสเตอร์แชมป์ on 2009-03-16 16:42