ในเอ็นทรี่ “Sex Education”  -คำ sexual “oppression” ผมแปลว่า “ความเก็บกด” ทางเพศ
วันก่อนเหลือบไปเห็นบรรทัดสุดท้ายบนปกหลังหนังสือกระทู้ดอกทอง (โดย คำ ผกา)
“...ในท่ามกลางโครงสร้างที่กดกั้นพวกเขาเอาไว้..” (คำนำเสนอ โดยนพพร ประชากุล)
sexual oppression เป็นได้ทั้ง กดขี่ หรือ ถูกกดขี่ หรือ เก็บกด กดดัน
ผมจึงกลับไปแก้เป็น “การ(หรือความ) “กดกั้น” ทางเพศ” นะ มันน่าจะตรงกว่า (ไหม?) 

การแปลนี่มันยากจริงๆ 

ทุกครั้งที่ลองแปลอะไรเล่นๆ  ผมจะพบปัญหาใหญ่ นั่นคือ -ภาษาไทยของเรามีคำให้เลือกใช้ “น้อย” เหลือเกิน  อย่าง
voice แปลว่าเสียง, noise ก็แปลว่าเสียง,
sound  ก็เสียง, audio ก็เสียง,
tone ก็ เสียงด้วยเหมือนกัน
...

provide ล่ะ? เตรียมให้พร้อม
แล้ว prepare ล่ะ? ก็ เตรียมให้พร้อม อีก


role, line, script, dialogue,.. บท, บท, บท, บท 
express, perform, act, show, exhibit,… แสดง, แสดง, แสดง, แสดง, แสดง..  ของเขามีตั้งหลายคำ ทำไมเราแปลมันออกมาได้แค่นี้  –แสดง?
คำเดียว แห้งแล้งมาก
“ระดับความต่ำ/สูงหรือมืด/สว่างของเสียงหรือแสงสี”
เราต้องใช้คำพูดตั้งมากมายมาอธิบายคำว่า “tone” คำเดียว(สี่ตัวอักษร)
ทำไมคำสั้นๆ อย่าง tone, voice, sound แสดงลักษณะที่ต่างกันของ “เสียง” ได้กระชับชัดเจน ในขณะที่ภาษาไทยเราต้องอธิบาย/สาธยาย/ขยายกันยืดยาว ยืดเยื้อ
น่าน้อยใจจริงๆ 
นี่คงทำให้คนแปลหลายคนถอดใจ และหันไปใช้บริการการ “ทับศัพท์” แทน

ทำไมภาษาของเราจึงมีคำให้ใช้ น้อย และ ซ้ำๆ กันอยู่แค่นี้ มีใครงุบงิบไว้รึเปล่า?
ผมลองเปิดหาคำใหม่ๆ ใน พจนานุกรม “คำใหม่” (เล่ม ๑ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน)  แล้วก็พบว่า ผมพึ่งพวกเขาไม่ได้หรอกครับ ทั้งเล่มมันเต็มไปด้วยคำสแลงเสียจริต อย่าง “วัยโจ๋” “ชิวชิว” “นมล้น” “นมหก” หรือ “คนพันธุ์อา” (น. นักเรียนอาชีวศึกษา) เปิดอ่านแล้วก็อนาจใจ
ไม่ใช่ครับ, ที่ผมต้องการไม่ใช่ “คำสแลงใหม่” แบบนั้นครับ ผมว่าเรามีทางทำให้ภาษามันงอกงาม, มีคำเพิ่มมากขึ้นได้ วิธีหนึ่งก็โดยความช่วยเหลือจากภาษาบาลี สันสกฤต เขมร และภาษาอื่นๆ  แบบที่เขาเอามันมาผสมผสมกันจนได้คำอย่าง
มายาคติ -myth
อุตตระโลก -spiritual world ฯลฯ
อะไรเก๋ๆ แบบนี้ ไหนๆ เราก็รับ(ภาษา)ของเขามาใช้ตั้งนานแล้ว เราน่าจะพัฒนามันให้เกิดประโยชน์มากที่สุดกันไปเลย     

(ในอนาคต)  :
voice?  ก็ “โฆษะ” ไง
sound?  ก็ “สุรสีร์” ไง
(อันหลังมั่ว)
มันคงจะเท่ดี

เราควรจะต้องพัฒนามันขึ้นมาใช้ เพราะของที่ไม่ค่อยได้ใช้, เราก็จะไม่มีความคุ้นชิน จะหยิบมาใช้ทีมันก็เคอะเขิน มันจะกลายเป็น –ลิเก : 

(หนุงหนิงตอนเช้า)
“โอ้ เซ็กส์เมื่อคืนเป็น ทิพยรส แท้ๆ ”
“(เขินอาย) แหม ก็บุพกาล (primitive -เยี่ยงสัตว์ป่า) ปานนั้น”

ตัวอย่างมันอาจจะยังไม่ค่อยเหมาะ...
แต่คุณพอจะนึกออกใช่ไหม ภาษาไทยที่ “อุดมสมบูรณ์” “มั่งคั่ง” (fertile) อะไรแบบนั้นน่ะ

....




ผมจบเรียงความอยู่แค่นี้
-แต่ก็ยังสงสัยจริงๆ จังๆ ว่าทำไมคำในภาษาไทยมีจำนวนน้อยนัก? นอนไม่หลับจึงอีเมล์ถามผู้รู้คนที่ผมชื่นชอบ แล้วผมก็ได้คำตอบสุดประเสริฐ (ขอบคุณครับ)

จึงต้องเอามาแปะไว้ สำคัญมาก เปิดหัวสมองที่สุด
(ตัดความเล็กน้อยจากอีเมล์ตอบกลับ ขอนุญาตแล้ว)  :

“...ต้องยอมรับเลยว่า คำ ในภาษาของเราน้อยมาก และไม่มีการ "ผลิต" คำใหม่ๆ ออกมา ร้ายไปกว่า ราชบัณฑิต มักจะผูกขาดการผลิต "คำ" เหล่านี้ ที่พอผลิตออกมาแล้ว ไม่ค่อยมีใครกล้าใช้ เพราะมันฟังดูลิเกๆ  คนแปล บางทีต้องกลับไปอ่าน วรรณคดีเก่าๆ บ้าง (อาจฟลุค เจอคำที่ง่ายๆ ที่นึกไม่ถึง) กลับไปหาภาษาพื้นถิ่น บ้าง เพื่อหา "คลัง" ของคำ เพิ่ม  หรือบางทีก็ ผลิต คำขึ้นมาเองเลย แต่ถึงอย่างนี้ คนไทยก็ยังชอบคิดว่า ภาษาไทย ร่ำรวย และนี่เป็นเหตุผลที่เราควร ส่งเสริม การใช้ภาษาไทยคำ อังกฤษคำ  (ในขณะที่นักอนุรักษ์ ทั้งหลาย บอกว่า กระแดะ)  เพราะเป็นทางเดียวที่เราจะเก็บความหมายที่ ในภาษาไทย ไม่เพียงแต่ไม่มี "คำ" ให้ใช้ แต่ยังไม่มี คอนเส็ปท์ มารองรับ "คำ" คำนั้นด้วย ในภาษาญี่ปุ่นก็ทับศัพท์เยอะ  คำยืมจากภาษาอิตาลี เยอรมัน ก็ยังทับศัพท์ ไว้เหมือนเดิมก็มาก...”

... 



คราวนี้ก็นอนหลับ จบจริง
สวัสดีครับ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฮา @44

#51 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2009-03-17 17:15

ภาษาไทยก็ใช่ว่าจะน้อย
แค่นี้ บางครั้งยังพูดแบบรัวๆๆ (คิดไม่ทัน - -*)

Hot! Hot!

#52 By К ώ Á ŋ™ on 2009-03-17 17:15

บางคำก็ไม่อยากแปลเป็นไทยค่ะ เข้าใจเป็นภาษาอังกฤษไปน่ะดีละ Hot!

#53 By Daughter Of Sparda on 2009-03-17 18:27

ฮาหว่ะ ชอบๆ
ขอบคุณค้าบ แต่บางคำก็นะ
แท่งหรรษา - joy stick ผมก็ไม่กล้าใช้
แหะๆ

#54 By hackerlife on 2009-03-17 19:53

เป็นเอ็นทรี่ย์ที่โดนใจเราจริงๆ ค่ะ!
การแปลเป็นศิลปะและความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งอย่างมาก
ตัวเราเองก็ชอบแปล และก็มีหลายครั้งจริงๆ ที่ "มันจะใช้คำว่าอะไรดีว้า??"
เมื่อก่อนเราก็เป็นคนหนึ่งที่ว่าภาษาไทยเป็นภาษาที่ร่ำรวย แต่พอได้มาใช้จริงๆ แล้ว ภาษานี้ยัง "จน" อย่างมาก
แต่ครั้นจะทัพศัพท์ ตามหลักการแปลภาษาก็ไม่ถูกต้องอีก แถมคำหนึ่งก็ยังเข้าใจได้ตั้งหลายอย่าง

การจะบัญญัติศัพท์ใหม่ เป็นเรื่องที่ดี น่าสนับสนุนอย่างมากค่ะ แต่เราว่า ควรเปิดโอกาสให้ "คนรุ่นใหม่" (ที่มีความรู้ด้านภาษาไทยดี ถึงระดับ) เข้ามาช่วยในการบัญญัติศัพท์ใหม่ขึ้นมาด้วย เพราะอย่างคุณว่าแหละค่ะ บางคำ ลิเกเป็นบ้าเลย! อย่างที่เรานึกออกตอนนี้ software แปลว่า ละมุนภัณฑ์ -- เนี่ยนะ?? เออ ขอกลับไปทับศัพท์อย่างเดิมดีกว่า...

ต้องอ่านมาก ใช้มาก ถึงจะชินอ่ะเนอะ

#55 By \/ /\ N ∑ Z Z /\ on 2009-03-17 23:54

เป็นอีกคนที่ลืม "Hot!"

#56 By \/ /\ N ∑ Z Z /\ on 2009-03-17 23:55

Hot! นึกถึงอารงษ์ มากๆค่ะ RIP

#57 By (^_^)/nana on 2009-03-18 00:16

น่าเอาคำมาใช้กันบ้างนะคับ ท่าทางจะสนุกดี confused smile

#58 By manop on 2009-03-18 05:12

ถ้าภาษาไทยมีคำมากกว่านี้ เพลงไทยก้คงจะมีแนวใ้เล่นมากกว่านี้แน่นอน

#59 By LONGA on 2009-03-18 05:53

“โอ้ เซ็กส์เมื่อคืนเป็น ทิพยรส แท้ๆ ”

ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก..
ฮาจริงอันนี้

แนนว่าจริงๆแล้วมันก็มีคำให้ใช้เยอะนะคะ
แต่เราไม่เอามันมาใช้มากกว่า
เพราะมันอาจจะฟังดูลิเกไปหน่อย
(ด้วยความที่มันไม่เคยถูกเอามาใช้นั่นเอง)

เลยไม่แปลกที่วัยรุ่นเค้าจะสรรหาคำใหม่
ให้ฟังดูจู้บู้จี้บี้กิ๊บกิ้ว..สะใจวัยโจ๋มากกว่าเอาคำไทยๆมาใช้
อะ คิดเอาไว้ว่าใช่ เอิ้ว.. ต้องใช่แน่ๆ โย่ว! double wink

#60 By Nancy อารมณ์ดี on 2009-03-18 05:57

ทับศัพท์เถอะ ขอร้องsad smile

#61 By - -)* on 2009-03-18 08:43

เวลานึกถึงคำใหม่ มันก็เป็นคำแสลงทั้งนั้นเลย ผมก็เพิ่งรู้สึกตัวนี่แหละว่าภาษาไทยไม่ร่ำรวยอย่างที่คิด แต่ก็น่าจะรวยกว่าภาษาญี่ปุ่นมังครับ

คงต้องมีคนแบบลุงไมเคิลไรท์ ช่วยผลิตคำน่าใช้ออกมากันหน่อย

อย่างไรก็ตาม บทหนุงหนิงตอนเช้านี่ ทำผมม่วนท้องแต่เช้าเชียวครับ!!
Hot!

#62 By galgard on 2009-03-18 09:51

แก้ความเข้าใจผิดนิดนึงนะคะ
คำว่าละมุนภัณฑ์ กระด้างภัณฑ์ เป็นศัพท์ที่ราชบัณฑิตพูดกันขึ้นมาขำๆ ในวงประชุมค่ะ (อันนี้ครูเราที่ไปประชุมราชบัณฑิตบอกเอง) ไม่ได้นำมาใช้จริงแต่ประการใดค่ะ

ยังคงยืนยันคำเดิมว่าภาษาไทยเป็นภาษาที่ร่ำรวยคำ และเราสามารถเป็นนายของภาษา สามารถใช้ภาษาสื่อความได้อย่างมีอิสระค่ะ

#63 By Kwanrapee_The_Artist on 2009-03-18 10:12

ผมว่าใช้ทับศัพท์ก็พอได้ หากมันดีอยู่แล้ว

ในเมื่อคนส่วนใหญ่ต่างรู้ความหมายของคำนั้นๆ

ภาษาเป็นเพียงระบบสัญลักษณ์ แทนความหมายของสิ่งหนึ่งๆ

หากการสื่อสารนั้นไม่ติดขัด ก็น่าเป็นใช้ได้

ส่วนในราชบัณฑิตนั้น ผมคิดว่าเขาคำนึงถึงความสละสลวยของภาษามากกว่าbig smile

#64 By 7 days ago on 2009-03-18 10:23

ผมคิดว่าคนไทยคิดคำได้น้อยเป็นเพราะว่า ภาษาไทยเราไม่ได้คิดค้นขึ้นเองครับ

สมัย ป.1 เราจะเรียนมาว่าภาษาไทยดัดแปลงมาจากขอม "ดัดแปลง" ครับ ไม่ใช่ "คิดค้น"

นั่นคือจุดเริ่มต้นของภาษาไทย เราไม่ได้คิดคำ เราดัดแปลง

เราสามารถดัดแปลงตัวอักษรออกมาได้ถึง 44 ตัว กับสระ อีกมหาศาล แต่กลับมีคิดคำออกมาใช้ได้น้อยมาก เพราะเรา "ไม่ได้คิด" เราเลือกอะไรง่ายๆ เราชอบอะไรง่ายๆคือ "ดัดแปลง"

#65 By มนุษย์กล่อง on 2009-03-18 12:28

คืนนี้ไปงานศพกันเถอะ

งานศพคุณรงค์ วันที่ 16-22 ที่วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ครับ


(เพื่อนบอกว่าจะครึกครื้น มีการแสดงดนตรีและอื่นๆ )


จำได้ว่าตอนเด็กอ่านงานแกไม่รู้เรื่อง แต่พอโตขึ้นก็ชอบขึ้น ชอบขึ้น แกสร้างคำเก๋ๆ ไว้เพียบ กล้าแหกกฎเกณฑ์ทางภาษา
ตลก และ "แสบสันต์" (คำนี้แกคิด)

He's the coolest..

#66 By chubbyhole on 2009-03-18 16:58

โปรดคลิก :

http://www.tuneingarden.com/

#67 By chubbyhole on 2009-03-18 17:31

ฮาอ่ะ ช่างคิด

ส่วนตัวคิดว่า ภาษาไทย "คำ" เราเยอะกว่าภาษาอังกฤษนะ อย่างภาษาอังกฤษ eat แปลไทยก็กิน ไทยเรากินอย่างเดียวไม่พอ เพิ่มแด๊ก หรืออะไรอื่นๆ อีก

แต่การคิดคำใหม่ๆ ก็ดี เป็นการส่งเสริมสร้างภาษาให้สวีสวาย big smile

ปล. ขำ freeda อ่ะ พยายามให้ดาวมาหลาย entry แล้ว จำกันได้หรือเปล่าไม่รู้ คิดถึงๆ ให้ดาวช่วย freeda Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
เห็นด้วยมากๆ

ภาษาไทยพัฒนาช้ามาก

#69 By (202.28.27.5) on 2009-03-18 23:39

เหอะๆ

ภาษาไทย ต้องพัฒนาเสียแล้ว

#70 By MR.TIP & TRICK on 2009-03-18 23:40

ทิพยรส...Hot!
ถือเป็นคำฮอตในเอ็นทรีนี้งะ...
....
embarrassed

#71 By KhAo-JaO on 2009-03-19 14:07

กรอบขอบคุณนางสาวความสุขด้วยนะจ๊ะที่พิมพ์ดาวให้แทน คอมของฟรีด้าไม่มีรูปดาวมาให้ก็ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไงsad smile sad smileตอนซื้อคอมมาก็ไม่ได้ต่อราคาเค้านะทำไมไม่ให้แป้นดาวมาด้วยก็ไม่รู้ ว่าแต่ถ้านางสาวความสุขแต่งานไปแล้วจะใช้นางความสุขแทนเปล่าเนี๊ยยยยยยconfused smile

#72 By freeda (114.128.10.145) on 2009-03-23 13:16

ฮ่าๆ ฮาว่ะ

#73 By iamlovebie ♥ on 2009-10-12 13:42