เกษียร, ลุงไมค์, กับ Thainess
posted on 29 Jun 2009 13:21 by chubbyhole in chubbyquotes
บทความของ เกษียร เตชะพีระ นักเขียน/นักวิชาการชับบี้
พบที่
http://www.people.umass.edu/pokpongj/interest_kasean.htm
เว็บไซท์ที่มีบทความดีๆ เต็มไปหมด
ขอก็อปชิ้นนี้มาให้อ่านครับ
"อาการความเป็นไทยกำเริบ"
โดย เกษียร เตชะพีระ
http://www.people.umass.edu/pokpongj/Interest/interest_kasean_33.htm
แล้วลุงไมค์ที่รักของผมก็โดนตีเข้าจนได้, แหะๆๆ
ง่า...ผมหมายถึงข่าวผู้นำท้องถิ่น ประชาชน นักเรียน และนักศึกษาแห่งเครือข่ายชุมชนลูกพ่อขุนรามฯ 5,000 กว่าคน จัดชุมนุมหน้าพระบรมรูปอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เพื่อประท้วงคุณลุงไมเคิล ไรท ผู้มีนามกรไทยที่ท่านตั้งเองว่า "เมฆ มณีวาจา" นักวิชาการอิสระ ที่ปรึกษานิตยสารศิลปวัฒนธรรม และอาจารย์ ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่บังอาจออกมาเสนอว่าศิลาจารึกหลักที่ 1 ไม่ได้สร้างสมัยพ่อขุนรามคำแหงปกครองกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี หากสร้างขึ้นสดๆ ร้อนๆ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต้นกรุงรัตนโกสินทร์นี้เอง(มติชนรายวัน, 13 ก.ค. 2547, น.14)
ผมนึกตะงิดๆ อยู่ในใจแล้วเจียวว่าลองลุงไมค์ อาจารย์พิริยะ และนักประวัติศาสตร์ไทยสกุล "ข้าไม่เชื่อ" ทั้งหลายไปเขย่าเย้าแหย่เสาหลักความเป็นไทยเข้าบ่อยๆ ทีละเสาสองเสา อาทิ เดี๋ยวก็กังขาว่าคุณหญิงโมมีตัวตนตนจริงหรือเปล่า? เดี๋ยวก็ปุจฉาว่ากำหนดวันเฉลิมกองทัพไทยคลาดเคลื่อนจากวันกระทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรฯไปหรือไม่? หรือก่อสร้างอนุสรณ์ดอนเจดีย์ผิดจากสถานที่กระทำยุทธหัตถีไกลแค่ไหน? ฯลฯ แบบนี้เดี๋ยวก็มีเรื่องจนได้
คล้ายๆ กับว่า ใจคอพ่อเจ้าประคุณทั้งหลายจะไม่เหลือเสาหลักความเป็นไทยไว้ให้ไพร่ฟ้าหน้าใสเอนหลังพิงสักต้นเลยหรือ? เล่นตั้งข้อสงสัยกันไปหมดแบบเนี้ย, แหม...มันน่าหยิกนัก
และพออ่านคำตัดพ้อต่อว่าลุงไมค์และอาจารย์พิริยะ ของกลุ่มแกนนำเครือข่ายชุมชนลูกพ่อขุนรามฯ แล้วผมพลันนึกถึงคำตัดพ้อต่อว่าอาจารย์สายพิน แก้วงามประเสริฐ ของกลุ่มแกนนำลูกย่าโมชาวโคราช กรณีวิทยานิพนธ์ที่จัดพิมพ์เป็นหนังสือของท่าน เรื่อง การเมืองในอนุสาวรีย์ท้าวสุนารี (2538) ขึ้นมาทันที เพราะมันมีอะไรบางอย่างละม้ายคล้ายเหมือนกันราวฝาแฝดนะครับ ขอให้ท่านผู้อ่านลองพิจารณาเปรียบเทียบเนื้อข่าวต่อไปนี้ดู :-
ข่าวประท้วงกรณีศิลาจารึกหลักที่ 1
กลุ่มแกนนำต่างๆ อาทิ นายมนู นายจำเจน จิตธร ส.ว.สุโขทัย นายสมศักดิ์ คำทองคง ประธานคณะทำงานองค์กรเครือข่ายชุมชนลูกพ่อขุนราม และหัวหน้าแกนนำองค์กรเครือข่ายชุมชนลูกพ่อขุนรามทั้ง 9 อำเภอของสุโขทัย ผลัดกันขึ้นกล่าวโจมตีผู้ที่คิดว่าหลักศิลาจารึกหลักที่ 1 พ่อขุนราม เป็นของปลอมนั้น เป็นการสร้างความแตกแยกให้กับคนไทย แบ่งออกเป็นสองฝ่าย เพื่อจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง ขอเรียกร้องเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจับตามอง
"ขอฝากผ่านสื่อไปถาม ดร.พิริยะ ว่าเป็นคนไทยหรือเปล่า ที่อาศัยอยู่ในปัจจุบันไม่ใช่เพราะอานุภาพของพ่อขุนรามหรือที่เป็นผู้สร้าง สุโขทัยเป็นราชาธานี จนมีประเทศไทยถึงทุกวันนี้ และที่ผ่านมา ดร.พิริยะได้เรียนหนังสือซึ่งก็เป็นตัวอักษรที่พ่อขุนรามประดิษฐ์ขึ้นมา จนมีงานเลี้ยงครอบครัวและมีหน้ามีตาในสังคมไทย ก็ไม่ใช่หนังสือของพ่อขุนรามหรอกหรือ การชุมนุมครั้งนี้เพื่อเตือนกลุ่มนักวิชาการ แต่หากยังออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าหลักศิลาจารึกหลักที่ 1 พ่อขุนรามฯปลอมอีก ก็จะเคลื่อนไหวครั้งใหญ่และคงจะไม่หยุดอยู่เท่านี้" แกนนำผู้หนึ่งกล่าว
ก่อนสลายการชุมนุม กลุ่มพลังมวลชนได้ร่วมประกอบพิธีเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งผู้ที่ออกมาระบุว่าศิลาจารึกสร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยมีพระครูวิจิตรธรรมนิเทศก์ ประธานศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนา จ.สุโขทัย เป็นผู้ทำพิธีสวดยัดสาปแช่ง พร้อมทั้งนำแผ่นป้ายข้อความต่างๆ เผาพร้อมกับพริกและเกลือด้วย
(มติชนรายวัน, 13 ก.ค. 2547, น.14)
ข่าวประท้วงกรณีย่าโม
ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่ จ.นครราชสีมา ได้มีตัวแทนกลุ่มพลังต่างๆ ใน จ.นครราชสีมา มาร่วมประชุมกันที่โรงแรมศรีพัฒนา อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อแสดงความไม่พอใจ และกำหนดมาตรการในการเคลื่อนไหวต่อต้านหนังสือเล่มดังกล่าว(การเมืองในอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี) กันอย่างคับคั่งเต็มห้องประชุม เช่น อธิการบดีสถาบันราชภัฏนครราชสีมา หัวหน้าสำนักงานจังหวัดที่มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศมนตรีเทศบาลนครราชสีมา สมาชิกสภาเทศบาล ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านนครราชสีมา.....
นายบวร รีวิไลลักษณ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครราชสีมากล่าวว่า..."ที่ผมอ้างอิงได้และทราบว่าเหลนของคุณย่ายังอยู่ ผมพูดในนามที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง ผมว่าที่ทำวิทยานิพนธ์ผู้นี้ หมิ่นในหลวงรัชกาลที่ 3 ลงมาจนถึงรัชกาลที่ 5 ส่วนตัวนั้นผมเชื่อว่าหมิ่น ผมพร้อมที่จะต่อต้านทุกสิ่งทุกอย่างที่มาทำลายล้างความเชื่อถือ ฉะนั้นใครที่คิดไม่ดีกับย่าโม ผมว่าภัยพิบัติจะเกิดขึ้นกับเขาเอง ผมไม่ทราบว่าบุคคลที่ชื่อว่าสายพิน แก้วงามประเสริฐ เป็นคนลาวหรือเปล่า อาจจะเป็นคนลาวมาแล้วก็ทำลายความเชื่อถือ ผมไม่ได้ดูถูกผู้ทำวิทยานิพนธ์ แต่ถ้าเจอผมจะถามว่าเป็นคนลาวหรือเปล่า" (แนวหน้า, 24 ก.พ.2539, น.10)
นายชาติ กมลวัฒน์ สมาชิกเทศบาลนครราชสีมา ได้กล่าวว่า...เราคิดกันว่าจะทำการรวบรวมหนังสือทั้งหมด โดยเชิญกำนันผู้ใหญ่บ้าน 24 ตำบล 33 ชุมชน มาทำพิธีเผาร่วมกัน....ตนหารือกับกำนันผู้ใหญ่บ้านแล้ว ในการควบคุมพลังของชาวบ้านในการรวมตัวกันไปยังศาลากลางจังหวัด และกราบไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง...และสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์(ย่าโม) เพื่อวางหรีดให้แก่ น.ส.สายพิน พร้อมเผาพริกและเกลือ กระทำพิธีสาปแช่ง...
(แนวหน้า, 26 ก.พ. 2539, น.10)
มีแบบอย่างถ้อยคำและแบบแผนพิธีกรรมบางอย่างในสองกรณีนี้ที่ละม้ายเหมือนกันจนไม่น่าเป็นแค่เรื่องบังเอิญ และอาจจะสะท้อนลักษณะร่วมทางวจีกรรมและกายกรรมของอาการทางวัฒนธรรมที่กำเริบปะทุขึ้น เมื่อเอกลักษณ์ "ความเป็นไทย" ของคนไทยถูกกระทบกระแทก
เสมือนมีใครไปกดปุ่ม "ความเป็นไทย" ที่มองไม่เห็นกลางหลังเข้า คนไทยก็จะสำแดงอาการแบบฉบับทำนองนั้นออกมา
อนึ่ง มีข้อน่าสังเกตบางประการเกี่ยวกับทีทรรศน์ของแกนนำเครือข่ายชุมชนลูกพ่อขุนรามและลูกย่าโมดังนี้ :-
1) ดูเหมือนในทรรศนะของแกนนำเครือข่ายชุมชนลูกพ่อขุนราม การที่คนไทยแตกแยก แบ่งออกเป็นสองฝ่าย เป็นภาวะที่ไม่พึงปรารถนาและไม่ปกติของสังคมไทย หรือพูดกลับกันก็คือ ในทรรศนะของท่าน ภาวะที่พึงปรารถนาและเป็นปกติของสังคมไทย คือการที่คนไทยกลมเกลียวเหนียวแน่นเป็นปึกแผ่นกัน รู้รักสามัคคีกันนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนภาวะกลมเกลียวเหนียวแน่นเป็นปึกแผ่นและรู้รักสามัคคีของคนไทยนั้นออกจะค่อนข้างเปราะบางมาก เพราะลำพังเพียงข้อพิพาทโต้แย้งในวงวิชาการเล็กๆ เรื่องศิลาจารึกหลักที่ 1 ก็รุนแรงพอจะปลุกปั่นให้คนไทยทั้งสังคมถึงแก่แตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันเองเสียแล้ว
ดูท่ากาวใจความเป็นไทยที่เชื่อมร้อยคนไทยให้เป็นปึกแผ่นกันนั้น อาจจะไม่ค่อยเหนียวสนิทติดแน่นสักเท่าไหร่ในทางเป็นจริง
2) ทั้งแกนนำเครือข่ายชุมชนลูกพ่อขุนรามและแกนนำลูกย่าโม พูดเน้นย้ำเรื่องเชื้อชาติของคู่กรณีที่เป็นปัญหา(คุณสายพินและอาจารย์พิริยะ)ตลอดเวลา ว่าเป็นคนไทยหรือเปล่า? หรือในทางกลับกัน เป็นคนลาว-ซึ่งก็คือ "ไม่ไทย"-หรือเปล่า?
อย่างไรก็ตาม หากพินิจพิจารณาโดยละเอียดลออ ไม่หยาบง่าย สุกเอาเผากินทางแนวคิดวิเคราะห์ จะพบว่าประเด็นที่เป็นข้อพิพาทบาดหมาง ทำให้เชื้อชาติของคู่กรณีถูกลำเลิกหยิบยกขึ้นมาตั้งข้อสงสัยนั้น ไม่ใช่เรื่องเชื้อชาติเลย หากเป็นเรื่องความคิดความเชื่อต่างหาก ข้อขัดแย้งตัวจริงไม่เกี่ยวกับยีนส์หรือดีเอ็นเอของคุณสายพินหรืออาจารย์พิริยะ หากเกี่ยวกับข้อสรุปของคุณสายพิน เรื่องตัวตนของย่าโมในประวัติศาสตร์ และข้อสันนิษฐานของอาจารย์พิริยะ เรื่องกำเนิดศิลาจารึกหลักที่ 1 ต่างหาก
น่าแปลกดีที่ภาษาการเมืองวัฒนธรรมของสังคมไทยมีลักษณะสองด้านที่แยกแย้งกันเอง นั่นคือ ฟังๆ ดูคล้ายกับจะพร่ำพูดเรื่องเชื้อชาติตลอดเวลา แต่เอาเข้าจริงมันกลับมิได้หมายถึงหรือมิได้เกี่ยวข้องกับเชื้อชาติเลย หากเป็นเรื่องความคิด ความเชื่อ อุดมการณ์ วัฒนธรรมที่ "ผิดๆ" "แหกคอก" "นอกกรอบ นอกลู่ นอกทาง" "ทวนกระแส" เท่านั้นเอง
ในการเมืองวัฒนธรรมไทย ผู้ที่มีความคิดความเชื่อทำนองนี้ จะถูกตั้งข้อสงสัยและกล่าวหาอย่างแทบอัตโนมัติทันทีว่า = ไม่ใช่คนไทย แต่เป็นลาว หรือเจ๊ก หรือญวน หรือแขก หรือ ฯลฯลฯลฯ มิไยว่าเอาเข้าจริงเชื้อชาติหรือยีนส์หรือดีเอ็นเอของบุคคลผู้นั้นจะเป็นไทยหรือไม่ก็ตาม
เป็นแบบนี้มาตลอด ตั้งแต่พิริยะ ไกรฤกษ์, สายพิน แก้วงามประเสริฐ ย้อนกลับไปได้ถึงเหยื่อการสังหารโหด 6 ตุลาฯ, เสกสรรค์ ประเสริฐกุล, เกรียงกมล เลาหไพโรจน์, สุธรรม แสงประทุม, เอ็นจีโอ, สมัชชาคนจน, นายแพทย์ประดิษฐ์ เจริญไทยทวี, ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, อานันท์ ปันยารชุน, สุลักษณ์ ศิวรักษ์, ป๋วย อึ๊งภากรณ์, ปรีดี พนมยงค์, รวม วงษ์พันธ์ และเปี๊ยะ โต หรือจูโซ่วลิ้ม
การที่แค่คิดต่างก็กลายเป็น "ไม่ไทย" แล้วเช่นนี้ ทำให้ด้านหลักโดยรวมแล้วบุคลิกลักษณะของอุดมการณ์รัฐไทยไม่ใช่เชื้อชาตินิยม(racism) อย่างที่หลงทึกทักกล่าวอ้างกันอย่างฉาบฉวยตื้นเขิน แต่เป็นอุดมการณ์ชาติพันธุ์ไทย(the ethno-ideoloty of Thainess) หรือการฉวยใช้คำเรียกทางเชื้อชาติหรือชาติพันธุ์มาเป็นป้ายยี่ห้อแขวนคอผู้เห็นต่าง เพื่อกล่าวหาโจมตีตราหน้าทำร้ายกันทางการเมืองต่างหาก โดยที่เอาเข้าจริงและพูดให้ถึงที่สุดแล้ว เป้าโจมตีจะมีเชื้อชาติไทยหรือไม่-ก็ไม่สำคัญ
3) กระบวนการวิพากษ์โจมตีจะเริ่มจากการ "นับญาติ" ก่อน ในกรณีนี้คือนับญาติอาจารย์พิริยะกับภาษาไทยและชาติไทย ผ่านพ่อขุนรามคำแหง ในฐานะผู้ประดิษฐ์อักษรไทยและสร้างกรุงสุโขทัยขึ้น จนคนไทยมีภาษาไทยใช้และมีชาติไทยอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ เพื่อนำไปสู่ข้อกล่าวหาโดยนัยว่า "เนรคุณ" ในบทสรุปท้ายสุด
ประการสุดท้ายนี้ ลุงไมค์ฟาดเคราะห์ไป ได้รับยกเว้น ไม่ถูกแกนนำเครือข่ายชุมชนลูกพ่อขุนรามฯนับญาติพาดพิงถึง อาจเพราะญาติโยมของลุงอันที่จริงก็ไม่ได้อยู่แถวนี้ แต่อยู่ที่อังกฤษ

(อ่านตั้งนาน จับใจความได้แค่เนี้ย
#1 By Bickboon on 2009-06-29 13:53