ผีซ่อนของ
posted on 07 Nov 2009 19:34 by chubbyhole in Head-in-the-Holeใช่แล้วนิค มันคือผีซ่อนของ
(๑. ผีซ่อนของ)
ผมเจอประจำ อย่างเปิดตลับลิปมัน ทาเสร็จ จะปิดฝา ฝาหาย หายไปเลย เดินหาทั่วห้องจนโมโห อีกวันจึงเจอ, วางอยู่บนตู้เสื้อผ้า นี่เป็นกรณีที่มันอารมณ์ดี แค่ย้ายของหยอกกันเล่นๆ แล้วก็เอามาคืน ถ้ามันหยอกแรงจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หลายครั้งที่ผมต้องโยนทิ้งปากกา เพราะเขียนเสร็จแล้วหาปลอกไม่เจอ ผมรอให้มันเอามาคืน จนหมึกแห้ง, เขียนไม่ได้ ต้องโยนทิ้งไป ห้องผมถึงจะรกแต่ก็มีเนื้อที่ไม่มาก พวกมันซ่อนเก่งจริงๆ ปลอกปากกาเหล่านั้นไม่เคยกลับมาให้พบเห็นอีกเลย ของโปรดอีกอย่างของมันคือปิ๊คกีตาร์ เกิดขึ้นเป็นประจำ ครั้งก่อนซื้อมาสี่อัน วางเรียงกันที่หน้าตู้แอมป์ ไม่เกินสัปดาห์ เหลืออยู่อันเดียว ผมพลิกห้องหาแล้ว เหลืออันเดียวจริงๆ
เนื่องจากสิ่งของที่หายเป็นของเล็กๆ น้อยๆ ไม่มีราคา ผมจึงไม่เครียดมากนัก โมโหบางครั้ง รำคาญเป็นส่วนใหญ่ ก็มันเสียเวลา จะเล่นกันไปถึงไหน วันๆ ซ่อนกุญแจ ซ่อนกระเป๋า ซ่อนปากกา ซ่อนปิ๊ค ผมคิดว่า เวลาทั้งหมดที่ผมเสียไปในการเล่นเกมหาของกับพวกมัน นับรวมกันน่าจะได้เป็นเดือนเดือน
วันที่ต้องจดจำ เป็นวันที่ผมลงมาจากตึก(อพาร์ทเม้นท์) เดินไปที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ใต้ตึก แล้วก็หามอเตอร์ไซค์ไม่เจอ ผมเดินหารอบๆ ตึก ก็ไม่พบ
นี่ถ้าไม่ใช่ผีซ่อนของ มันก็ต้องเป็น โจรกรรม
(๒. สูญสิ้นศรัทธาในมนุษย์)
คนน่ากลัวกว่าผีอย่างที่เขาว่ากันจริงๆ ลุงยามที่หลับเป็นประจำ กลุ่มเด็กวัยรุ่นที่เจอในลิฟท์ ฝรั่งสอนภาษา คุณป้าร้านซักรีด ทุกคนตกเป็นผู้ต้องสงสัย ผมไม่ไว้ใจใครเลย นอกจากจะหมดศรัทธาในมนุษยชาติ ผมยังคิดวิตกกังวลเหมือนเป็นคนบ้า นี่ถ้าไม่ใช่คนในตึก มันก็อาจจะเป็นใครก็ได้ อาจเป็นโจรในพื้นที่, จากนอกพื้นที่, อาจเป็นโจรไทย, อาจเป็นโจรต่างชาติ.. สเกลแห่งความเกลียดขยายฐานของมันไปเรื่อยๆ ผมเกลียดคนที่อยู่ในตึก นอกตึก เกลียดคนเชียงใหม่ เกลียดคนไทยโดยรวม เกลียดคนต่างชาติ เกลียดมันไปทั้งโลก สภาพผมแย่จนไม่สามารถไปสถานีตำรวจได้ด้วยตัวเอง ต้องโทรเรียกเพื่อนมารับ ระหว่างทางไปโรงพัก ผมถามว่าเพื่อนว่า เป็นมึงรึเปล่าที่ขโมยรถกูไป ดูเอาเถิด กระทั่งเพื่อนสนิท ผมก็ยังไม่ไว้ใจ นับประสาอะไรกับมนุษยชาติที่เหลือ
มันหมดหนทางที่จะนอนหลับอย่างเป็นสุขได้อีก, ผมต้องไปจากที่นี่ จะไปไหนดี มันสิ้นหวังจริงๆ แต่ก่อนที่ผมจะเก็บกระเป๋าย้ายถิ่นที่อยู่ (ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากเกิดเหตุ) ก็มีโทรศัพท์จากตำรวจ บอกว่าพวกเขาพบรถมอเตอร์ไซค์ของผมแล้ว ให้มารับคืนได้ที่สถานี ผมรู้สึกงง เพื่อนหลายคนถามว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยเหรอ เธอช่างโชคดีจริงๆ แต่ผมยังไม่ดีใจเพราะยังไม่เห็นตัวรถด้วยตาของตัวเอง
(๓. ปุ้ย และเหล่าฮีโร่)
ที่สถานีตำรวจ ผมคุยกับ(ประมาณว่าเป็น)หัวหน้าแผนกสืบสวนสอบสวน แกพาไปดูรถ เมื่อเห็นรถผมก็ยิ้มออกมาได้ เริ่มอยากเปิดปากพูดคุยกับผู้คน ผมถามหัวหน้าว่า ได้คืนมาได้อย่างไร ไปพบเข้าที่ไหน แหม ผมไม่เคยคิดว่าจะได้คืน หัวหน้าแผนกสั่งให้ปุ้ยพาผมไปจัดการเรื่องเอกสาร ปุ้ยเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบอีกคนหนึ่ง และเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความอดทนสูง เพราะเมื่อปุ้ยหันหลังเดินออกไปได้สองสามก้าว หัวหน้าก็จะเรียก“ปุ้ย ปุ้ย” ให้ปุ้ยเดินกลับมารับคำสั่งเพิ่มเติม หัวหน้าคงเป็นคนขี้ลืม ปุ้ยถูกเรียกกลับมาถึงสามครั้ง ครั้งสุดท้ายหัวหน้าสั่งปุ้ยว่า เสร็จเรื่องแล้วให้ออกหมายจับด้วยนะ ทำนองว่าเขาน่ะไม่ได้นิ่งนอนใจ ผมรู้สึกชื่นชม ตอนนี้ใครจะมานินทาว่าร้ายตำรวจไทยให้ได้ยิน ผมจะเถียงให้ขาดใจ
ปุ้ยพาผมเดินเข้าไปในอีกอาคารหนึ่ง ให้ผมนั่งรอ แล้วสักครู่ปุ้ยก็กลับมาพร้อมเอกสาร เขาเอาเอกสารวางไว้บนโต๊ะแล้วก็บอกกับผมว่า
“เจอรถที่หน้าร้านโกเหลือง ถนนสุเทพ”
ผมขนลุกวาบ
วาบสิ, บ้านผมอยู่บนถนนสุเทพ แล้วร้านโกเหลืองก็อยู่ที่ปากซอยบ้านผมเอง
ผมซื้อมอเตอร์ไซค์คันนี้มาได้ไม่ถึงเดือน ก่อนจะมีมอเตอร์ไซค์ ผมเดิน, เดินไปร้านเซเว่นอีเลฟเว่น หรือร้านก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ปากซอย (ตึกอพาร์ทเม้นท์อยู่ห่างจากปากซอยประมาณหนึ่งร้อยเมตร) สรุปได้ว่า มันคือผีซ่อนของตัวนี้แหละ ที่ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปกินก๋วยเตี๋ยวปากซอย แล้วก็ ‘เดิน’ กลับบ้านตามปกติ
(๔. ศรัทธากลับคืนมา, มาพร้อมกับความอาย)
ไม่มีขโมย.. ผมมึนงง รู้สึกได้จริงๆ ว่าใบหน้ากำลังหดลงหดลง ตำรวจคนหนึ่งเดินมาดูที่กระดาษ “โกเหลืองไหน มีหลายสาขานะ สาขาคันคลองรึเปล่า?” “ใช่, สาขาคันคลองรึเปล่า?” ผมร่วมถามอย่างมีความหวัง ตำรวจคนที่นั่งอยู่ดูเอกสารแล้วตอบว่า “โกเหลืองถนนสุเทพ เขียนอยู่ตรงนี้ชัดๆ ” แล้วตำรวจก็ถามคำถามที่ผมไม่อยากได้ยิน เขาถามว่าบ้านผมอยู่ที่ไหน ผมบอกว่าก็อยู่ในซอยนั่นแหละ มันทำให้ทุกคนเข้าใจเรื่องราวในทันที ตำรวจถามว่าแล้วแบบนี้จะให้เขาเขียนรายงานว่ายังไง ผมจึงต้องช่วยคุณตำรวจคิดเวิร์ดดิ้ง ทำรายงานแฉความโง่ของตัวเอง “เขียนว่าผมลืมไว้เองก็ได้ครับ” ผมอยากให้มันจบอย่างเร็วที่สุด
ปุ้ยมองผมเหมือนผมเป็นพวกโรคจิตชอบข่มขืนศพ ผมไม่โทษปุ้ย ผมทำให้เขาเสียเวลา ต้องออกไปตามหารถ ต้องยกรถ ต้องขนย้ายมันมาที่สถานีตำรวจ ฯลฯ ปุ้ยคงอยากจะออกหมายจับผมจนตัวสั่น ปุ้ย เราขอโทษ
จบเรื่องเอกสาร ผมก็ขับมอเตอร์ไซค์ออกจากโรงพักแบบจ๋องๆ อายและรู้สึกผิดจนห่อเหี่ยวไปหมด

...
ผีเขาแรงเนอะ
#1 By ทองย้อย ๑๘ กะรัต on 2009-11-07 19:46