Facebook ช่วยคุณให้สามารถต่อติดและแบ่งปันเรื่องราวกับทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต... 


เมื่อปีที่แล้วผมบอกนิคว่าเพิ่งสมัคร(ลงทะเบียน)เฟสบุ๊ค นิคบอกว่า “You disappoint me. ลื้อทำให้อั๊วผิดหวัง..” คือนิคแอนตี้เว็บไซท์บริการโซเชียลเน็ทเวิร์คทุกประเภท : มายสเปซ เฟสบุ๊ค ไฮไฟว์ หรือบล็อกต่างๆ  เพราะเขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้คนต้องเอาเรื่องส่วนตัวไปเปิดเผยในที่สาธารณะ สำหรับเขาแล้ว-มันจั๊กจี้ เขาไม่ชอบเพราะรู้สึกว่าโดนล่วงละเมิด(ชีวิตส่วนตัว) แต่นิคก็เป็นเพียงคนส่วนน้อยในสังคม ฝรั่งส่วนใหญ่เล่นเฟสบุ๊คกันทั้งนั้น เจ้าของร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ตามเมืองท่องเที่ยวทั่วโลกต่างก็ขอบคุณในมหากรุณาธิคุณของเฟสบุ๊คที่ทำให้กิจการของพวกเขาดีขึ้น นักท่องเที่ยวที่เคยมาเช็คเมล์แค่ไม่กี่นาที ตอนนี้นั่งอัพโหลดรูปภาพลงเฟสบุ๊คกันเป็นชั่วโมง ทุกคนต่างต้องการที่จะต่อติดและแบ่งปันเรื่องราวกับทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต”
 
ชีวิตในเฟสบุ๊ค มันสดใสจริงๆ  เมื่อเช้าคุณ James L. อยากจะแบ่งปันกุหลาบลาเวนเดอร์ให้กับผม, คุณ Worapan ใจดีช่วยรดน้ำต้นไม้ให้เพื่อนบ้านของเธอใน Barn Buddy และผมก็รู้สึกยินดีไปกับคุณ Tanya, เธอเพิ่งค้นพบขุมสมบัติที่ซ่อนอยู่... เหล่านี้เป็นเกมในเฟสบุ๊คที่เพื่อนๆ ชอบเล่นกัน ซึ่งถ้านิครู้เข้าก็คงจะตามมาเสียดสีผมอีกตามเคย ช่างหัวนิคมันเถอะครับ ช่วงนี้ผมกำลังสนุกกับเฟสบุ๊ค สนุกกับรูปถ่าย, ข้อความและกิจกรรมบน status ของเพื่อนๆ , ลิงค์น่าสนใจต่างๆ ที่เขาแปะ(แบ่งปัน)กันทุกวัน สำหรับคนที่ไม่อ่านข่าว ไม่ดูทีวี นี่เป็นช่องทางรับรู้ข่าวสารที่ดีมากของผม ที่สำคัญ มันเป็นข่าวและข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง โพสท์โดยเพื่อนๆ ที่มีความหลากหลายทางความคิดและอุดมการณ์ โดยธรรมชาติมันจึงสนุก(และฉลาด)กว่าทีวีหรือสื่ออื่นของรัฐบาลที่เสนอแต่ข่าว propaganda น่าเบื่อด้านเดียว นอกจากนั้นเฟสบุ๊คยังมีพื้นที่ให้ comment / แสดงความคิดเห็น ให้ชาวบ้านมาต่อเติม คิดเหมือน คิดต่าง ทำตลก ด่า จิก ฯลฯ ต่อไปได้ไม่สิ้นสุด ทุกคน express, ทุกคน shout out , curse out ออกมาได้ดังๆ  สองสามเดือนที่ผ่านมา ช่วงที่รัฐพยายามปิดหูปิดตาคนด้วยการบล็อกปิดสื่อทุกอย่างที่คิดเห็นไม่ตรงกับรัฐ เฟสบุ๊คดูเหมือนจะเป็นสื่อที่ “ร้อง” ได้ดังที่สุด ผมกด like (ถูกใจ ในเวอร์ชั่นภาษาไทย) ไปหลายโพสท์ และก็มีหลายโพสท์เช่นกันที่ผมอยากจะกด hate (ชัง) แต่ทางเฟสบุ๊คไม่ได้จัดเตรียมไว้ให้ (พวกโพสท์ประเภทเหยียดมนุษย์, โหวตอนุญาตให้มีการสังหารหมู่ อะไรแบบนี้)  

แต่ก็นั่นแหละ ถึงเฟสบุ๊คจะมีปุ่ม hate (ชัง) ให้กด ผมก็คงไม่กล้ากดอยู่ดี รวมถึงการแสดงความเห็นแบบซื่อสัตย์ เนื่องจากมันเป็นพื้นที่สาธารณะ ทุกคนมองเห็น จึงจำเป็นที่จะต้องรักษาหน้าตาของตัวเองเอาไว้ จริงใจมากไปคงไม่ดี เป็นที่ทราบกันว่าเฟสบุ๊คเป็นสถานที่“คืนสู่เหย้า”ของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ  เพื่อนเก่าที่ขาดการติดต่อไปมักจะได้มารียูเนี่ยนกันที่นี่ มีเพื่อนเก่า(มาก)หลายคนที่ผมจำไม่ได้ เมื่อเขา/เธอเข้ามาทัก บทสนทนาก็จะประมาณ เธอ : “แหม ไม่ได้เจอนานมากเลย เธอสบายดีไหม ทำไรอยู่?” ผม : “สบายดี เธอล่ะตอนนี้ทำไร คิดถึงนะ” จบ.. -โกหกหลอกลวง จำยังจำกันไม่ได้เลย จะคิดถึงกันได้อย่างไร กลายเป็นมารยาททางเฟสบุ๊คที่จะต้องพูดปดบ้าง เพื่อทำให้เพื่อนรู้สึกดี และจะได้ต่อติดและแบ่งปันเรื่องราวกันต่อไป 

ถึงเฟสบุ๊คจะน่ารักและสนุกสนาน แต่เมื่อไม่นานมานี้ก็มีข่าวน่าตกใจ : “แช็ทเฟสบุ๊คจัด เตือนไม่ฟัง ผัวระแวง ยิงดับ” ไม่ว่ามูลเหตุจูงใจจะเกิดจากความระแวง เกิดจากเฟสบุ๊ค หรือเหตุอื่นใด ผมก็อดเป็นห่วงเพื่อนๆ ไม่ได้ เพราะเพื่อนผมหลายคนติดเฟสบุ๊คงอมแงม แช็ท เช็คโปรไฟล์เพื่อน คอมเม้นท์ เล่นเกม บางคนทำกิจกรรมเหล่านี้ทั้งวัน.. 

นิคไม่เคยนิ่งนอนใจ ไม่เคยหยุดท้วงติง ล่าสุด, เขาเพิ่งส่งอีเมล์ (subject : It’s time! ถึงเวลาแล้ว!) พร้อมกับแนบลิงค์ “วันเลิกเฟสบุ๊ค” http://www.quitfacebookday.com มาให้ผมและเพื่อนๆ กลุ่มใหญ่อ่าน  คือมัน(นิค)เห็นว่าพวกเรา(สมาชิกเฟสบุ๊ค)มีปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ จริงๆ แล้วก็มีหลายบุคคลหลายกลุ่มที่เชิญชวนให้ประชาชน“เลิกเฟสบุ๊ค” มีเว็บไซท์แจงสิบเหตุผลที่คุณควรเลิกเฟสบุ๊ค เว็บไซท์ wikHow.com (เว็บคู่มือฮาวทู) ก็มีคู่มือ How to quit Facebook  ที่บอกขั้นตอนการเลิกเฟสบุ๊ค-แบบปลอบประโลม คล้ายกำลังคุยกับคนติดบุหรี่/ยาเสพติด เช่น สเต็ปแรก “ยอมรับเถิดว่าคุณ “อาจ” จะติด..” สเต็ปที่สอง “หาเป้าหมายจากเฟสบุ๊ค ทำลิสต์ของสิ่งที่คุณต้องการจากมันจริงๆ ” หรือ “ให้คำนวณเวลาที่คุณเสียไปกับมัน” ฯลฯ จบด้วยการให้กำลังใจว่าถ้ายังไม่กล้าพอก็ให้ deactivate account ไปก่อน เมื่อรวบรวมพลังได้จริงจึงค่อย delete อย่างถาวรในภายหลัง (ซึ่งมันก็คล้ายขั้นตอนของการเลิกบุหรี่/ยาเสพติด) แล้วผมก็ยังพบอีกหลายเว็บไซท์ที่วิเคราะห์เฟสบุ๊คแบบเป็นงานวิจัยทางการศึกษา และอีกหลายเว็บที่สอนการ“ดีลีท”บัญชีสมาชิกโดยเฉพาะ... 


ผมบอกนิคว่า ผมก็เริ่มติดเฟสบุ๊ค แต่คิดว่าคงจะไม่มีปัญหาอะไร ผมยังไม่มีผัว 
นิคหัวเราะ






Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ผมว่าน่าจะมี don't like big smile
Hot!

เราชอบนะพี่ มันมีประโยชน์หลายอย่าง
ถ้าเราใช้เป็น แต่มันก็ทำให้ติดจริงๆแหละ

ถึงอย่างนั้น เราก็ยังเห็นข้อดีมากกว่าข้อเสีย

แล้วก็ไม่เห็นว่าจะต้องเลิกเล่นไปโดยสิ้นเชิง

เหมือนเหล้าบุหรี่แหละ ถ้าเราควบคุมมันได้
เราก็เพลิดเพลินกับมันได้ big smile

#2 By *บลาสต์ on 2010-07-28 19:47

ตามความสัตย์จริง ผมมี FB มาก่อน Hi5 เสียอีกครับ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมันนัก อาจเป็นเพราะว่า ช่วงที่ Hi5 ระบาดหนักในหมูวัยรุ่นไทย FB สำหรับผมอาจเป็นแค่เครื่องหมือติดต่อระหว่าเพื่อนชาวต่างชาติ หรือเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ เพราะเวลาไม่ตรงกัน จะให้ MSN คงไม่ไหว

หรือแม้แต่ในช่วงที่ Hi5 ระบาดหนักถึงขั้นวิกฤต ผมก็ไม่ได้ติดเชื้อ Hi5N1 ไปกับเขาด้วย

ถึงตอนนี้ ถ้ามันจะเกิดเชื้อ FBN20 หรืออะไรก็ช่าง ผมคิดว่า ผมก็จะยอมเข้าไปอบู่ในพื้นที่เสี่ยงครับbig smile

#3 By ขุนกระบี่ on 2010-07-28 19:50

พุ่งติดทวิตเตอร์กว่าแฮะ

เฟสบุ๊ค บางทีก็อยากจะอ่านเฟคบุ๊คเหมือนกัน
เอะอะรักกัน คิดถึงกันตลอด confused smile

#4 By พ. on 2010-07-28 21:37

ปอนว่าปอนก็ใช้เฟซบุ๊คเป็นแบบพอใช้ให้เป็นประโยชน์เท่านั้นเองครับ ไม่ได้ถึงกับติดมาก ใช้แค่พอรู้เท่านั้นเอง ปอนคิดว่ากลุ่มคนพวกนี้ก็ดำเนินชีวิตแนวขวางเกินไป แล้วก็ตัดสินคนอื่นมากเกินจนบางทีทำให้ตัวเองอาจจะเครียดมากกว่าคนติดด้วยซ้ำ

ปอนว่าทุกอย่างมันมีวัฏจักรของมัน มันฮิตๆ เดี๋ยวมันก็ซบเซาไปเองดูฮิห้าเป็นตัวอย่างตอนนี้ก็เริ่มซาๆ ไปแล้ว สิ่งพวกนี้มันเป็นกระแสผ่านมาวูบเดี๋ยวก็ไป.. ถ้าเค้าเข้าใจตรงนี้สักหน่อยเค้าคงจะไม่จิตตกกันขนาดนี้เนอะsad smile confused smile

#5 By ปอนปอน on 2010-07-28 23:49

@ everyone : แม่น!
สำหรับผม นอกจากทักทาย, คอมเมนท์.. ผมผูกปิ่นโตไว้กับเพื่อนคนนึงครับ เนื่องจากผมหลังเขา ไม่รู้เหตุการณ์ปัจจุบันทุกแขนง เธอบอกว่าไม่ต้องกลัวตกข่าวนะ ให้มาอ่านที่ wall ของเธอ เข้าไปมีแต่ข่าว, ลิงค์ + ความคิดเห็นมันมันส์ จึงดี ไม่ต้องไปหาอ่านเอง

ก็ห่วงเรื่อง privacy เหมือนกัน ใครอยากตาม อยากสืบอะไร มันเห็นชีวิตเราเป็นฉากๆ เชียว : อาชีพ รสนิยม วงสังคม คิดยังไง เพิ่งไปเที่ยวที่ไหนมา กินข้าวกับใคร เปนเพื่อนกับใครบ้าง ... น่ากลัวเหมือนกันนะ

อ้อ รัฐทุ่มเงินไปแล้วมากกว่า ๖๐๐ ล้านบาท เพื่อเฝ้าดูและปิดเว็บไซท์ (ข่าวว่าปิดไปแล้วสี่หมื่นเว็บ) มันจึงไม่มีสเปสส่วนตัวหรอกเพื่อนๆ , เค้าเฝ้าดูเราอยู่ตลอดแหละ

๖๐๐ ล้านบาททำอะไรได้ตั้งมากมาย ดูมันทำ

#6 By chubbyhole on 2010-07-29 12:31

อืมม์ facebook, twitter, blog ขโมยเวลาของเราไปมากนะ ห่วงเรื่องนี้มากกว่าเรื่อง privacy อีก

ชอบเรื่องที่เอามาเขียน ตามอ่านตลอดค่ะ เขียนบ่อยๆนะ

#7 By R E (124.120.4.167) on 2010-07-30 13:11

ติด FB เช่นกัน
อยากมีเพื่อนอ่ะ

#9 By rattana (223.207.29.113) on 2010-10-30 18:03

eVa2LS <a href="http://lepqwwoupshj.com/">lepqwwoupshj</a>, wvtietzprpqg, [link=http://gesacwveqgal.com/]gesacwveqgal[/link], http://vtkrescflghz.com/

#10 By EHYdjgwDTeWjjOQMV (103.7.57.18|188.92.74.112) on 2013-03-26 17:02

vpMZCL <a href="http://tttgtclplzmg.com/">tttgtclplzmg</a>, mulnnuhxwcar, [link=http://epoasovtkzen.com/]epoasovtkzen[/link], http://cjqnierczddq.com/

#11 By FDvtFZkpvQ (103.7.57.18|188.92.74.112) on 2013-03-26 17:02