ครูสมหมาย

posted on 04 Apr 2011 23:36 by chubbyhole in Head-in-the-Hole


เสรีภาพในหนังไทย : Insects in the Backyard 
(รายงานการชมรายการ Mango Bango พบในยูทู้ป มีทั้งหมดห้าคลิป คลิปละสิบห้านาที)    


วรรณศิริ ศิริวรรณ (ขวาสุด) เป็นผู้ดำเนินรายการ คนถัดจากเธอคือธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Insects in the Backyard ถัดมาอีกคือนคร โพธิ์ไพโรจน์ กองบรรณาธิการนิตยสารไบโอสโคป และทางซ้ายสุด คุณครูสมหมายจากโรงเรียนเทศบาลคุ้มหนองคู (ที่จริงคุณวรรณศิริเธอแนะนำว่าเขาชื่อรักศานต์ วิวัฒน์สินอุดม เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาภาพยนตร์ คณะนิเทศศาสตร์, จุฬาฯ แต่ผมไม่เชื่อเธอ) นอกจากสมหมายจะสอนวิชาภาพยนตร์ เขายังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการเซ็นเซอร์ ที่ลงมติ “ไม่อนุญาต” ให้ฉายหนังเรื่อง Insects in the Backyard 


วรรณศิริ : “อะไรคือมาตรฐานในการจัดเรตของหนังเรื่องนี้คะ”
สมหมาย : “ถ้าบอกมาตรฐานนี่ เราต้องพูดถึงกฎหมาย กฎหมายเป็นมาตรฐาน ที่จริงแล้ว จะเรียนให้ทราบนิดนึงว่า เราแบนหนังเรื่องไหนเนี่ย ถ้าแบนหนัง เรารู้สึกว่าเราเจ็บใจนะฮะ เราไม่อยากให้มีปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เพราะว่าเรามาเนี่ย เพื่อจะช่วยอุตสาหกรรมหนังไทย โดยเฉพาะเลย แล้วก็กรรมการทุกคนเนี่ยนะฮะ ก็มีความเห็นอย่างเดียวกันนะว่า มาเนี่ยเพื่อช่วยอุตสาหกรรมหนังไทย แต่กฎหมายก็คือกฎหมาย แล้วกฎหมายมาจากไหนล่ะครับ  กฎหมายก็มาจากพวกเรากันเอง มาจากที่เราระดมความคิดเห็นนะฮะ ในแวดวงผู้ประกอบการ ผู้ที่ทำหนังทั้งหมด ได้มีการรวบรวมกันขึ้นมา แล้วก็มาแสดงความคิดเห็น ซึ่ง ว่า กฎหมาย เราจะมีการเปลี่ยนหรือว่าปรับพ.ร.บ. 2473 นี่ยังไง ตอนนั้น มีความรู้สึกว่าเป็นกฎหมายที่ครอบจักรวาลอะนะฮะ เออ มันไม่ค่อยมีอะไรที่ชัดเจน แต่ทีนี้เนี่ย พอมีกฎหมายนี้ขึ้นมาปึ๊บเนี่ย คือพวกเราเนี่ยเป็นคนเรียกร้อง เราก็ได้มาแล้วในสิ่งนั้น ก็เลยก็ ก็มีข้อห้าม เอ่อ เอ่อ ไอ้เรื่องบางซีนที่มันไม่เหมาะสมอ่ะนะครับ ในกฎหมายที่ระบุเอาไว้ เราก็ เอ่อ มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจำเป็นจะต้อง ไปตามกฎหมาย ครับ” 
รายการควรจะจบลงได้แล้วตั้งแต่ตอนนี้ ไม่เข้าใจกันกันหรือไง ว่าครูสมหมายตั้งใจที่จะมาเข้ามาช่วยวงการหนัง แต่มาตรฐานก็คือกฎหมาย กฎหมาย (ครูสมหมายใช้คำว่ากฎหมาย 11 ครั้งด้วยกัน)  


วรรณศิริ : “มีคำชี้แจงออกไปทางผู้สร้างไหมคะว่า สรุปแล้ว ฉากไหน ที่รู้สึกเป็นปัญหามากที่สุด”
สมหมาย : “เออ ในนั้นเนี่ย เราไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าเป็นฉากนู้นฉากนี้อ่ะนะฮะ แต่ว่า ในนั้น เท่าที่วันนั้นมีเป็นมติออกมาว่า เอ่อ เป็นเรื่องของ.. (พูดช้าลง) เอ่อ เป็นเรื่องของ ความไม่เหมาะสม เดี๋ยวก่อน.. เรื่อง (กระแอม) เรื่องของ.. (นิ่ง) อ้าว ดูซิ ลืมเลย.. เอ่อ เรื่องของ...”
วรรณศิริ : “ความมั่นคง?”
สมหมาย : “ไม่ใช่ความมั่นคงครับ ไม่ใช่ เอ่อ.. เรื่องของความไม่เหมาะสมอ่ะนะฮะ.. ใน.. เดี๋ยวก่อน ใน.. ดูซิผมลืม” (พลิกหาเอกสาร น่าเวทนา)
วรรณศิริ : (พยายามช่วย) “เนื้อหาทำลาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือว่าศีลธรรม?”
สมหมาย : “อ้า ศีลธรรม...” 
ถึงตอนนี้ผมก็โมโหแทนผู้กำกับ(คุณธัญญ์วาริน) มันเหมือนกับคุณถูกตัดสินจำคุก แล้วคุณไปถามศาลว่าจำคุกฉันด้วยข้อหาอะไร ศาลบอกว่าศาลก็ไม่รู้เหมือนกัน ศาลลืม


ในตอนแรก ผมไม่เข้าใจว่า คณะกรรมการมีเจ็ดคน ทำไมเขาจึงเลือกให้ครูสมหมายมาแก้ต่าง (ผมรับสมหมายไม่ได้เลย ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม, การยกตัวเองเป็นผู้ยิ่งใหญ่ลงมา“ช่วย”โลก, การใช้คำว่า “อ่ะนะฮะ” อย่างพร่ำเพรื่อ ฯลฯ) แต่ดูไปเรื่อยๆ จึงรู้ว่าที่เขาเลือกสมหมาย ก็เพราะสมหมายแถเก่ง มั่วเก่งมาก ถ้าจะคุยกับคนประเภทนี้ สติของคุณจะต้องมั่นคง   
สมหมาย : “...ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว มีข้อห้ามก็จริง เช่น น 13+ อย่างเนี้ย ไม่ใช่ว่าคนที่อายุต่ำกว่า 13 จะดูไม่ได้” (???) 
วรรณศิริ : (ต้องมนต์) “ค่ะ”
สมหมาย : “ดูได้, กฎหมายไม่ได้เอาผิด (?????) ก็ดูได้ ผมว่าสังคมไทยเราเป็นสังคมที่เปิดอ่ะนะฮะ (ตอนนี้คุณธัญญ์วารินทำหน้างงมาก) และไม่เคยที่จะกีดกัน เพศที่มีเพศที่ไม่เหมือนชาวบ้าน ในคณะกรรมการ ไม่มีใครคิดแบบนี้ เราเปิดให้ และผมก็มาช่วยหนังไทยด้วย แต่ว่ามันมีกฎหมาย ที่ระบุไว้อย่างนี้... (ฯลฯ ยกอเมริกา ยกอังกฤษมาเปรียบ) ...แต่สังคมไทยเป็นสังคมที่เปิดให้แล้วนะครับ แล้วยิ่งเป็นยุคนี้  เป็นยุคที่เปิดให้แล้ว เต็มที่แล้วอ่ะนะฮะ” 
วรรณศิริ : (ตาลอย) “ค่ะ”
สมหมาย : (ได้ที ก็ลำเลิกบุญคุณ กับลากเอากลุ่มคอนเซอร์เวถีฟกลุ่มอื่นๆ เข้ามาร่วมก๊วนด้วย) “เราช่วยเต็มที่แล้ว และที่สำคัญอย่างนึง (กระแอม) คือ กฎหมายเนี่ยบอกแล้วว่าทางสมาพันธ์... เอ มันเป็นคนกลุ่มเดียวนะครับ-สมาพันธ์ จริงๆ แล้ว ลองกลับไปถาม อันนี้พูดถึงเป็นกลางนะครับ ด้วยใจเป็นกลาง.. เราลองถามผู้ที่เป็น เอ่อ เอ่อ ผู้หญิง เด็ก ศาสนา หรือว่าสังคมอื่นๆ บ้าง รึเปล่า ว่า คนกลุ่มนี้เค้าคิดยังไง... (ฯลฯ ตัดออกเพราะแถยาว)  ...เราต้องช่วยกันน่ะนะฮะ คือไม่ให้เยาวชนหรืออะไร ต้องเจริญรอยตาม สิ่งที่มันไม่ดี ที่มีความรุนแรง มีอะไรต่างๆ พวกนี้อ่ะครับ..”


ใช้เวลาไม่นาน วรรณศิริก็เคลิบเคลิ้มสุดขีดไปกับมนตราของคอนเซอร์เวถีฟ เธอดูไม่ค่อยจะแข็งแรงนัก หลายครั้งที่เธอถามคำถามที่สำคัญมาก แต่เมื่อครูสมหมายเริ่มแถ เธอก็ป้อแป้กลับมาทุกครั้ง
วรรณศิริ : “(อายุ)ยี่สิบขึ้นไปมันไม่พอหรือคะ สำหรับหนังเรื่องนี้?”  
สมหมาย : “คือ คือ ถ้าโดยภาพรวมแล้ว มันมีอื่นๆ อีกอ่ะนะฮะ คือลูกสองคนนี่ไปขายตัว แล้วก็ ลูกที่เป็นผู้หญิงก็ไปขายตัว แล้วก็ เอ่อ มีแฟนพาไปขายตัวด้วยซ้ำ นะครับ แล้วด้วยชุดนักเรียน นะ ทั้ง เอ่อ เอ่อ เด็กผู้ชายด้วย เด็กผู้หญิงด้วย... (ฯลฯ) ...สังคมเราก็รู้อยู่แล้ว แล้วทำไม (ผม)มีความรู้สึก(ว่า)มันซ้ำเติมอ่ะนะ ...แล้วหนังนี้ มันไม่ได้บอกว่า เออ แล้วยังไงล่ะ”
วรรณศิริ : “ไม่มีคำตอบให้” (เออออไปกับมันอีก!)
สมหมาย : “ไม่มีคำตอบ ว่า แล้วยังไง เพราะหนังที่ดีเนี่ยนะฮะ มันก็ต้องมีข้อเสนอแนะอะไรบางสิ่งบางอย่าง... (ฯลฯ) ...ในขณะที่สังคมตอนนี้มันก็แย่อยู่แล้ว สื่อเนี่ย ชาวบ้าน ไม่รู้จะฟังฝ่ายไหนฝักไหน ไม่รู้จะอยู่ข้างไหน เป็นก๊กเป็นเหล่าอย่างเงี้ย อะไรอย่างเงี้ยนะครับ...”
ด้วยคำพูดอนุรักษ์นิยมที่กำกวม วกวน อ้างนู่นลำเลิกนี่ ทั้งวรรณศิริ, ธัญญ์วาริน และนคร, ไม่มีใครฉุกคิดเลยว่า ครูสมหมายยังไม่ได้ตอบคำถามสำคัญ : “อายุยี่สิบขึ้นไปยังไม่พอหรือ?”  นี่ดูจะเป็นงานที่ครูสมหมายเชี่ยวชาญ –ถามอย่างตอบอีกอย่าง แถไปแถมาทำให้งง ถามเรื่องวุฒิภาวะของคณะกรรมการ, มันตอบเรื่องสื่อและความเข้าใจในเรื่องสื่อ ถามเรื่องความรุนแรงในสื่อ, มันโบ้ยให้ไปคุยกับตำรวจ แบบนี้เป็นต้น นี่เป็นรายการที่ดูแล้วโมโหที่สุดในรอบหลายปี ผมไม่ชอบสิ่งที่อนุรักษ์นิยมพูด และไม่ชอบที่บางคนไม่รู้เท่าทันอนุรักษ์นิยม


ตอนที่ทำให้ผมมั่นใจว่างานนี้ครูสมหมายชนะขาดลอยแน่นอน เป็นตอนที่คุณวรรณศิริเอามือกุมหัว พร้อมกับพูดสรุปว่า “วันนี้ก็พูดไม่ออกนะคะ คือเข้าใจทั้งสองฟาก ในแง่ของสังคมด้วย ในแง่ของคนทำ(หนัง)ด้วย”
เห็นไหม! ด้วยมนต์ดำของคอนเซอร์เวถีฟชั้นครู เผลอแผล็บเดียว คุณสมหมายก็ทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากการเป็นจำเลยไปได้, คุณ“สังคม”เข้ามาเป็นคู่กรณีแทนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ประมาทไม่ได้เลยคนคนนี้     
-ผมไม่โทษคุณวรรณศิริเลยสักนิด ครูสมหมายมันเก่งจริงๆ