Hong Kong with Charlie
posted on 15 Jan 2008 03:01 by chubbyhole in Captures

มาถึงที่ฮ่องกงแล้วจึงทราบว่าโทรศัพท์ผมใช้ในต่างประเทศไม่ได้ ต้องขอยืมของชาวบ้านโทรหาหลาน มันบอกเลิกงานจะมาหา ไม่มีโทรศัพท์ก็ต้องนัดเวลา, สถานที่ที่จะเจอกันให้แน่นอน แล้วผมก็เดินเล่นรอบๆ เขต Central –ดาวน์ทาวน์ของที่นี่, ฆ่าเวลา
ที่นี่สะอาดดี คนสูบบุหรี่กันสนุกสนาน ก็จะมีที่เขี่ยบุหรี่ติดอยู่บนถังขยะทั่วไป แถมยังมีน้ำเทไว้ให้ดับง่ายขึ้น (มีแทบทุกอัน –ช่างเป็นห่วงเป็นใย)

(สูบเข้าไปลุง ร่างกายมีไว้ใช้)

แล้วมันก็มาตามนัด (ไทสีชมพู, ไม่ใช่หมีด้านหลัง) เราเดินไปตึก IFC (International Finance Centre) ขึ้นไปส่วนดาดฟ้าที่มีบาร์มากมาย

หลานผมมันต้องการแอลกอฮอล์ ท่าทางมันยุ่งและเครียด เราคุยกันเรื่อยเปื่อย บนนี้วิวดี เห็นท่าเรือและฝั่งเกาลูน แต่หมอกเยอะจัง เมืองมันเลยดูเหงาๆ ทึมๆ
สักครู่เราก็ขึ้นรถไฟฟ้าไปเช็คอินที่โรงแรมฝั่งเกาลูน -Tsim Sha Tsui (TST) สามป้ายจาก Central
ผู้คนในรถไฟฟ้าก็จีน, ฝรั่ง และ ยูเรเชียน (European ผสม Asian, ลูกครึ่ง) ที่หลานผมบอกว่ามีเยอะมากที่นี่



วัยรุ่นจีน, พระลงบันได, และหมียูเรเชีย

อาอี๊, อาเจ๊, อาม่า, อาไรไม่รู้
...
แป๊บเดียวถึงTST
ตึกใน “จิมซาจุ่ย” เกาลูน
นี่สิครับตึกแบบฮ่องกงที่ผมคิดไว้! ตึกแฟล็ตแออัดแบบที่โจวเหวินฟะ หรือว่านจื่อเหลียงเคยอาศัยอยู่ (ในละครจีนฮ่องกงช่องสาม สมัยนู้น) แบบที่มีผ้าตากรกๆ ยุ่งๆ
ไปโรงแรม, เช็คอินเสร็จเราก็เดินเล่นแถวนั้น ทะลุ mall มาเรื่อยๆ ถึงท่าก็ขึ้นสตาร์เฟอร์รี่มาฝั่งฮ่องกงอีกครั้ง เดินดูเมือง เข้าบาร์นู้นออกบาร์นี้ มีบาร์เป็นร้อยซ่อนอยู่ในตึกต่างๆ ส่วนใหญ่เปิดเพลงเทคโน คนที่มาเที่ยวส่วนใหญ่เป็นคนทำงาน ใส่สูท หรือเป็นฝรั่งที่ทำงานอยู่ในฮ่องกง ผมง่วง, และเบื่อกินเหล้า เลยแยกกันก่อนเที่ยงคืน นั่งรถไฟกลับเกาลูน พอแยกกับหลานก็เหงา พอถึงโรงแรมก็คิดถึงแฟน -มาก
อีกวันก็เข้ามา Central อีก อารมณ์ดีขึ้นนิดหน่อย จริงๆ แล้วผมไม่ได้อยากมาเลยครับ พี่ชายผมได้ของขวัญเป็นตั๋วเครื่องบิน มันไม่ได้ใช้ จึงบอกให้ผมไปหาลูกมัน ผมอยากเจอหลาน แต่ไม่อยากเดินทางน่ะ มันเรื่องมาก อยู่บนเครื่องบินผมยิ่งเซ็ง อดนอน เครื่องก็เต็มเอี้ยด ที่นั่งอยู่ข้างๆ เป็นอินเดียแม่ลูกอ่อน -ลูกเล็กๆ ของเธอเตะผมตลอดการเดินทาง
ในรถไฟใต้ดินและที่ต่างๆ คุณจะเห็นคนใส่หน้ากาก เขาไม่อยากแพร่เชื้อโรคให้คนอื่น นอกจากไข้หวัด มันมีทั้งซาร์, ทั้งโรคไข้หวัดนกที่บุกฮ่องกง ดูทีวีเมื่อคืนก็เห็นข่าวสาร เป็นโฆษณาง่ายและสนุก ให้ความรู้เกี่ยวกับ Bird Flu พร้อมวิธีการปฏิบัติตัวถ้าคุณไปจับต้องหรือทำงานเกี่ยวกับสัตว์ปีก เป็นต้น
แล้วคนเค้าก็ดีจริงๆ ใส่หน้ากาก รักและเป็นห่วงคนอื่นแบบนี้



วันนี้หลานชวนเดินขึ้น The Peak มันหลอกผมไปตลอดทางว่าอีกไม่ไกลหรอก ตัวมันเดินขึ้นทุกอาทิตย์ ผมเหนื่อย, ร้อน และปวดขามาก แต่พอขึ้นไปถึงก็เย็นสดชื่นดี หมอกหนาอีกแล้ว เราแวะล้างหน้าล้างตา คนทำความสะอาดห้องน้ำสาธารณะบน The Peak ทักทายจับตัวชาลีเหมือนเจอลูกหลาน แปลว่ามันมาบ่อยจริง ขาลงเรานั่งแท็กซี่ ระหว่างทางก็หมั่นไส้บ้านเรือน, คอนโดแพงๆ แถวนี้ อิจฉามัน ได้อากาศและวิวที่ดี

แล้วเราก็เดินต่อในเมือง เดินอีกแล้ว
เรื่องของตึกต่างๆ :

..เมื่อแผนก “เทพสัมพันธ์ -(Feng Shui Master)” ของ Bank of China สั่งให้สร้างดาบยาวที่ยอดตึกชี้ขึ้นข่มธนาคารอื่นๆ

HSBC ซึ่งอยู่มาก่อน ยอมไม่ได้ ซินแสหัวหน้าแผนกเทพสัมพันธ์ของ HSBC สั่งให้สร้างปืนขึ้นที่ยอดตึกทางด้านขวา หันปลายกระบอกไปที่ตึก Bank of China กะบึ้มเต็มที่

อันนี้ตึกหุ่นเหล็ก 28 (-ส่วนขา, ทั้งตัวจะสร้างเสร็จเร็วๆ นี้)

เราเดินอยู่แถวนี้ ถนนและซอยเป็นเนินคดเคี้ยวเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง มีต้นไม้เยอะ มีปาร์ค มีอาคารสวยๆ มันเป็นเขตธุรกิจ ย่านศิลปะ สถานที่ราชการสำคัญ คลับและร้านเท่ๆ สวยๆ















รูปสุดท้าย หน้าร้าน Pop Bites (Old Bailey Street) คอฟฟี่ช็อบที่น่ารักมาก เป็นที่จัดกิจกรรมเล็กๆ มีตารางโชว์ของแต่ละเดือน มีดีเจมาเปิดแผ่น, มีดนตรีสด, แสดงงานอาร์ท เป็นต้น
ในห้องน้ำ, มีกระดาษโพสท์อิทโน้ตแปะอยู่ที่ฝาโถส้วม :

IF YOU SPRINKLE
WHEN YOU TINKLE
BE A SWEET
AND WIPE THE SEAT
ถ้าคุณโปรยปราย
เวลาสั่นสยิวกาย
โปรดนะคนดี
ช่วยเช็ดออกที








ประธานเหมายังคงขายดี
ี
ร้านโปรดของผม เก่าแก่ และ (ติ่มซำ) อร่อย

โรตีสายไหม

...
เมืองนี้แดงหนอ คนจีนทั่วโลกมีสีโปรดสีเดียวคือสีแดง แท็กซี่สีแดงก็มีส่วนทำให้เมืองแดงได้แดงดี
คันนี้ Austin แบบแท็กซี่ที่อังกฤษ (อยู่สามวันเห็นอยู่คันเดียว) ที่อังกฤษจะดำ หรือ น้ำตาล อยู่นี่ต้องแดง





แดง แดง แดง

-คันนี้เกย์แน่ๆ , แต่งสีม่วงและร้อง “ย้าฮู” ไปตลอดทาง
ทั้งเมืองเต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสาร ตัวหนังสือ รูปภาพ โลโก้ ป้ายประกาศหรือโฆษณาทั้งของรัฐและเอกชน ป้ายพวกนี้ คอยบอกว่ากำลังมีนู่นนี่เกิดขึ้นที่นั่นที่นี่ ข่าวสาร ข่าวสาร ข่าวสาร.. บางทีเดินๆ ก็หมั่นไส้- “เงียบๆ หน่อยได้ไหม!”
มันเป็น -“เมืองป้ายโฆษณา” แบบบ้านเราเลย







รก.
ผมเห็นคนดังหลายคนเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สินค้าแบรนด์เนม บนป้ายบิลบอร์ดหลายที่ทั่วเมือง

นิโคลัส เคจ ใส่ “มองบลังค์”

จอร์จ คลูนีย์ ชอบ “โอเมก้า”


..เวลาคัน, หลิวใช้ “ซีม่า”..
เนื่องจากผมไม่มีแผนอะไรเลย ช็อปปิ้งก็ไม่เคยชอบ ชาลีจึงพาผมไปที่ที่ควรจะไป เพื่อให้การมาครั้งนี้ไม่สูญเปล่านัก ซึ่งเราทำได้ดีเกินคาด ไปหลายที่ Mong Kok -ตลาดปลาทอง ไป Causeway Bay เพื่อฆ่าเวลา แต่ผมชอบอยู่ใน Central นั่นแหละครับ แถวคอนโดหลาน บน Hollywood Road, บน Old Bailey Street, Stauton Street.. เดินขึ้นลงตามถนนแคบๆ เราเดินไป Soho ไป Lan Kwai Fong ซึ่งไม่ไกลมาก มีบาร์ มีร้านอาหารเท่ๆ มากมาย, จากหลายๆ ชาติ มีฝรั่งเดินอยู่ทั่วไป มันเหมือนไม่ใช่ฮ่องกง วันสุดท้ายเราเดินผ่าน comedy club ร้านนึงด้วย
ความสุขของการมาเที่ยวนี้คือการได้ใช้เวลา, ได้พูดคุยกับชาลี เรื่องหนังสือ เรื่องเพลง เรื่องคน เรื่องตลก เรื่องเซ็กส์ เรื่องชีวิต -เสียดสีล้อเลียนประชดประชันทุกๆ สองนาที ชาลีบ้าพอกับผม มีเรื่องให้หงุดหงิดสงสัยทั้งวัน เราไม่ชอบและไม่เข้าใจความงี่เง่าหลายอย่าง เบื่อและเกลียดกฎเกณฑ์ เอียนอำนาจ superior ไร้เหตุผล
มันกับผมมีตัวละครในชีวิต(ญาติ)ชุดเดียวกัน แต่เมื่อได้คุยกันมากๆ ก็ทำให้ทราบว่า ญาติแต่ละคน มีอิทธิพลต่อชีวิตเราต่างๆ กันไป คนที่มันชอบ, ผมเกลียด หรือกลับกัน เป็นต้น บางเรื่องน่าดีใจ, บางเรื่องน่าตกใจ
เราเพิ่งมาคุยกันบ่อยๆ เมื่อไม่นานมานี้ ชาลีกลับไปอยู่กับแม่ที่อังกฤษตั้งแต่ก่อนเป็นวัยรุ่น เป็นช่วงยาวนานที่เราแทบจะไม่ได้ติดต่อกันเลย ผมเล่าเรื่องป่วยๆ ที่เกิดขึ้นกับผม มันเล่าเรื่องป่วยของมันที่อังกฤษ กับอีกหลายๆ เรื่องที่ยังไม่เคยคุยกันจริงจัง, ก็ได้คุย -มันพูดภาษาไทยเก่งขึ้นมาก
ชาลีเพิ่งย้ายมาทำงานที่ฮ่องกงได้หกเจ็ดเดือน อยู่ใกล้ขึ้นก็ดีแล้ว เจอกันได้ง่ายขึ้น
Miss you, dude. See you again soon.

















































