Head-in-the-Hole

ผีซ่อนของ

posted on 07 Nov 2009 19:34 by chubbyhole  in Head-in-the-Hole
วันก่อนไปบ้านนิคมา นิคเล่าให้ฟังว่า เขาหารีโมทในรถไม่เจอ หงุดหงิดอยู่หลายวัน แล้ววันหนึ่งมันก็กลับมาวางอยู่ที่ข้างๆ คันเกียร์ นิคเชื่อว่าในรถของเขา มีผีแน่นอน   
ใช่แล้วนิค มันคือผีซ่อนของ

 
(๑. ผีซ่อนของ)

ผมเจอประจำ อย่างเปิดตลับลิปมัน ทาเสร็จ จะปิดฝา ฝาหาย หายไปเลย เดินหาทั่วห้องจนโมโห อีกวันจึงเจอ, วางอยู่บนตู้เสื้อผ้า นี่เป็นกรณีที่มันอารมณ์ดี แค่ย้ายของหยอกกันเล่นๆ แล้วก็เอามาคืน ถ้ามันหยอกแรงจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หลายครั้งที่ผมต้องโยนทิ้งปากกา เพราะเขียนเสร็จแล้วหาปลอกไม่เจอ ผมรอให้มันเอามาคืน จนหมึกแห้ง, เขียนไม่ได้ ต้องโยนทิ้งไป ห้องผมถึงจะรกแต่ก็มีเนื้อที่ไม่มาก พวกมันซ่อนเก่งจริงๆ  ปลอกปากกาเหล่านั้นไม่เคยกลับมาให้พบเห็นอีกเลย ของโปรดอีกอย่างของมันคือปิ๊คกีตาร์ เกิดขึ้นเป็นประจำ ครั้งก่อนซื้อมาสี่อัน วางเรียงกันที่หน้าตู้แอมป์ ไม่เกินสัปดาห์ เหลืออยู่อันเดียว ผมพลิกห้องหาแล้ว เหลืออันเดียวจริงๆ  

เนื่องจากสิ่งของที่หายเป็นของเล็กๆ น้อยๆ ไม่มีราคา ผมจึงไม่เครียดมากนัก โมโหบางครั้ง รำคาญเป็นส่วนใหญ่ ก็มันเสียเวลา จะเล่นกันไปถึงไหน วันๆ ซ่อนกุญแจ ซ่อนกระเป๋า ซ่อนปากกา ซ่อนปิ๊ค ผมคิดว่า เวลาทั้งหมดที่ผมเสียไปในการเล่นเกมหาของกับพวกมัน นับรวมกันน่าจะได้เป็นเดือนเดือน

วันที่ต้องจดจำ เป็นวันที่ผมลงมาจากตึก(อพาร์ทเม้นท์) เดินไปที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ใต้ตึก แล้วก็หามอเตอร์ไซค์ไม่เจอ ผมเดินหารอบๆ ตึก ก็ไม่พบ
นี่ถ้าไม่ใช่ผีซ่อนของ มันก็ต้องเป็น การโจรกรรม


(๒. สูญสิ้นศรัทธาในมนุษย์)

คนน่ากลัวกว่าผีอย่างที่เขาว่ากันจริงๆ  ลุงยามที่หลับเป็นประจำ กลุ่มเด็กวัยรุ่นที่เจอในลิฟท์ ฝรั่งสอนภาษา คุณป้าร้านซักรีด ทุกคนตกเป็นผู้ต้องสงสัย ผมไม่ไว้ใจใครเลย นอกจากจะหมดศรัทธาในมนุษยชาติ ผมยังคิดวิตกกังวลเหมือนเป็นคนบ้า นี่ถ้าไม่ใช่คนในตึก มันก็อาจจะเป็นใครก็ได้ อาจเป็นโจรในพื้นที่, จากนอกพื้นที่, อาจเป็นโจรไทย, อาจเป็นโจรต่างชาติ.. สเกลแห่งความเกลียดขยายฐานของมันไปเรื่อยๆ  ผมเกลียดคนที่อยู่ในตึก นอกตึก เกลียดคนเชียงใหม่ เกลียดคนไทย เกลียดคนต่างชาติ เกลียดมันไปทั้งโลก สภาพผมแย่จนไม่สามารถไปสถานีตำรวจได้ด้วยตัวเอง ต้องโทรเรียกเพื่อนมารับ ระหว่างทางไปโรงพัก ผมถามว่าเพื่อนว่า เป็นมึงรึเปล่าที่ขโมยรถกูไป ดูเอาเถิด กระทั่งเพื่อนสนิท ผมก็ยังไม่ไว้ใจ นับประสาอะไรกับมนุษยชาติที่เหลือ

มันหมดหนทางที่จะนอนหลับอย่างเป็นสุขได้อีก, ผมต้องไปจากที่นี่ จะไปไหนดี มันสิ้นหวังจริงๆ  แต่ก่อนที่ผมจะเก็บกระเป๋าย้ายถิ่นที่อยู่ (ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากเกิดเหตุ) ก็มีโทรศัพท์จากตำรวจ บอกว่าพวกเขาพบรถมอเตอร์ไซค์ของผมแล้ว ให้มารับคืนได้ที่สถานี ผมรู้สึกงง เพื่อนหลายคนถามว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยเหรอ เธอช่างโชคดีจริงๆ  แต่ผมยังไม่ดีใจเพราะยังไม่เห็นตัวรถด้วยตาของตัวเอง


(๓. ปุ้ย และเหล่าฮีโร่)

ที่สถานีตำรวจ ผมคุยกับ(ประมาณว่าเป็น)หัวหน้าแผนกสืบสวนสอบสวน แกพาไปดูรถ เมื่อเห็นรถผมก็ยิ้มออกมาได้ เริ่มอยากเปิดปากพูดคุยกับผู้คน ผมถามหัวหน้าว่า ได้คืนมาได้อย่างไร ไปพบเข้าที่ไหน แหม ผมไม่คิดว่าจะได้คืนเสียแล้ว หัวหน้าแผนกสั่งให้ปุ้ยพาผมไปจัดการเรื่องเอกสาร ปุ้ยเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบอีกคนหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะปุ้ยหันหลังเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็จะถูกหัวหน้าเรียกกลับมาสั่งนู่นสั่งนี่เพิ่มเติม หัวหน้าคงเป็นคนขี้ลืม ปุ้ยถูกเรียกกลับมาถึงสามครั้ง ครั้งสุดท้ายหัวหน้าสั่งปุ้ยว่า เสร็จเรื่องแล้วให้ออกหมายจับด้วยนะ ทำนองว่าเขาน่ะไม่ได้นิ่งนอนใจ ผมรู้สึกชื่นชม ตอนนี้ใครมานินทาว่าร้ายตำรวจไทยให้ได้ยิน ผมจะเถียงให้ขาดใจ  

ปุ้ยพาผมเดินเข้าไปในอีกอาคารหนึ่ง ให้ผมนั่งรอ แล้วสักครู่ปุ้ยก็กลับมาพร้อมเอกสาร เขาเอาเอกสารวางไว้บนโต๊ะแล้วก็บอกกับผมว่า
“เจอรถที่หน้าร้านโกเหลือง ถนนสุเทพ”
ผมขนลุกวาบ
วาบสิ, บ้านผมอยู่บนถนนสุเทพ แล้วร้านโกเหลืองก็อยู่ที่ปากซอยบ้านผมเอง
ผมซื้อมอเตอร์ไซค์คันนี้มาได้ไม่ถึงเดือน ก่อนจะมีมอเตอร์ไซค์ ผมเดิน, เดินไปร้านเซเว่นอีเลฟเว่น หรือร้านก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ปากซอย (ตึกอพาร์ทเม้นท์อยู่ห่างจากปากซอยประมาณหนึ่งร้อยเมตร) สรุปได้ว่า มันคือผีซ่อนของตัวนี้แหละ ที่ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปกินก๋วยเตี๋ยวปากซอย แล้วก็ ‘เดิน’ กลับบ้านตามปกติ


(๔. ศรัทธากลับคืนมา, มาพร้อมกับความอาย)

ไม่มีขโมย.. ผมมึนงง รู้สึกได้จริงๆ ว่าใบหน้ากำลังหดลงหดลง ตำรวจคนหนึ่งเดินมาดูที่กระดาษ “โกเหลืองไหน มีหลายสาขานะ สาขาคันคลองรึเปล่า?” “ใช่, สาขาคันคลองรึเปล่า?” ผมถามอย่างมีความหวัง ตำรวจคนที่นั่งอยู่ดูเอกสารแล้วตอบว่า “โกเหลืองถนนสุเทพ  เขียนอยู่ตรงนี้ชัดๆ ” แล้วตำรวจก็ถามคำถามที่ผมไม่อยากได้ยิน เขาถามว่าบ้านผมอยู่ที่ไหน ผมบอกว่าก็อยู่ในซอยนั่นแหละ มันทำให้ทุกคนเข้าใจเรื่องราวในทันที ตำรวจถามว่าแล้วแบบนี้จะให้เขาเขียนรายงานว่ายังไง ผมจึงต้องช่วยคุณตำรวจคิดเวิร์ดดิ้ง ทำรายงานแฉความโง่ของตัวเอง “เขียนว่าผมลืมไว้เองก็ได้ครับ” ผมอยากให้มันจบอย่างเร็วที่สุด
ปุ้ยมองผมเหมือนผมเป็นพวกโรคจิตชอบข่มขืนศพ ผมไม่โทษปุ้ย ผมทำให้เขาเสียเวลา ต้องออกไปตามหารถ ต้องยกรถ ต้องขนย้ายมันมาที่สถานีตำรวจ ฯลฯ ปุ้ยคงอยากจะออกหมายจับผมจนตัวสั่น ปุ้ย เราขอโทษ

จบเรื่องเอกสาร ผมก็ขับมอเตอร์ไซค์ออกจากโรงพักแบบจ๋องๆ  ห่อเหี่ยวไปด้วยความอายและความรู้สึกผิด



Funeral Blues

posted on 21 Oct 2009 12:58 by chubbyhole  in Head-in-the-Hole

ผมเช่า Four Weddings and a Funeral มาดูอีกที เพราะอยากฟังกลอนบทนี้อีกครั้งหนึ่ง จำได้ว่าตอนที่ดูครั้งแรก พอถึงฉากนี้ (ฉากอ่านกลอนในงานศพ) ผมร้องห่มร้องไห้อยู่คนเดียว
มันเป็น poem ของ W.H. Auden (1907-1973) ชื่อ Funeral Blues
ฟังอีกที มันก็ยังเพราะแล้วก็เศร้าจริงๆ 

ขออภัยคุณ Auden และเพื่อนๆ ผู้อ่าน
-ที่เอาของดีๆ มาทำให้เสียของ   
(poem ฉบับแปลของผม - ลิเก ฉันทลักษณ์ปลอม สัมผัสเทียม (เลิกแปลดื้อๆ ก็มี) มันเต็มไปด้วยความพยายามที่ไม่สำเร็จ คุณอาจจะไม่ชอบ ต้องขออภัย)  

-แด่คนที่สูญเสียคนที่รักไปเพราะความตาย



Funeral Blues


Stop all the clocks,                         หยุดนาฬิกาทุกเรือน
cut off the telephone.                     ตัดสายโทรศัพท์
Prevent the dog from barking,         ทำให้หมาหยุดเห่า
with a juicy bone.                          โยนกระดูกให้มันงับ

Silence the piano,                          เงียบเสียงเปียโน
and with muffled drum.                  อุดเสียงหนังกลอง
Bring out the coffin,                        นำโลงออกมา
let the mourners come                   ให้คนเศร้าร่ำร้อง


Let the aero planes circle,                          ให้เครื่องบินบินวน
moaning overhead                                     โหยหวนอยู่ไม่ไกล
Scribbling on the sky,                                 ขีดเขียนบนท้องฟ้า
the message “He is dead.”                          เป็นคำว่า “เขา ตาย”

Put crepe bows                                          ผูกโบว์ไว้ทุกข์
round the white necks of the public doves.    บนคอนกเขาทั้งหลาย
Let traffic policemen                                   ให้จราจรใส่
wear black cotton gloves.                            ถุงมือดำทำจากฝ้าย


He was my North, my South,                  เธอคือ my North, my South,
my East, my West.                                my East, my West.
My working week,                                 My working week,               
my Sunday rest.                                    my Sunday rest.
                                     
My noon, my midnight,                           คือเที่ยงวัน, เที่ยงคืน,
my talk, my song.                                  คือคำพูด, คือเพลง
I thought that love would last forever.      ฉันคิดว่ารักจะเป็นนิรันดร์
I was wrong.                                         ฉัน ผิด เอง


The stars are not wanted now,                     ใครจะอยากได้ดวงดาว
put out everyone.                                         ดับมันให้หายไป
Pack up the moon,                                       เก็บดวงจันทร์ให้มิด
and dismantle the sun.                                 อาทิตย์ก็ต้องทำลาย
 
Pour away the ocean,                                  เทมหาสมุทรทิ้ง
and sweep up the wood.                              กวาดให้เรียบไปทั้งป่า
For nothing now,                                         ไม่เห็นว่าจากนี้
can ever come to any good.                          อะไรจะดีขึ้นมา


 

 

ไมยราบ

posted on 16 Oct 2009 14:57 by chubbyhole  in Head-in-the-Hole

ทำไมหัวนมข้างซ้ายของผมใหญ่และแข็งแรงกว่าข้างขวา?
บางที Answer.com ก็ไม่ได้เตรียมทุกคำตอบไว้ให้คุณเหมือนอย่างที่เขาโฆษณา..

ก่อนหน้านี้เพื่อนทักหลายครั้งว่าหัวนมผมเด่นเกินไปเวลาใส่เสื้อยืด (เธอเป็นคนช่างสังเกต) ผมก็มั่วไปว่าผมอ้วนขึ้น, เสื้อก็รัดขึ้นบ้าง โทษดินฟ้าอากาศ ว่าเวลาอากาศเย็น มันก็ลุกซู่ขึ้นมาบ้าง พยายามกล่อมให้เธอเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาธรรมชาติ
แต่จริงๆ  ผมกำลังกังวลเรื่องความใหญ่ขึ้นแบบไม่เท่ากันของหัวนมคู่นี้ เรื่องมันพูดยาก เพราะผมไม่มีหลักฐานเลย ว่าเมื่อสิบปีก่อนมันเคยมีขนาดใหญ่เล็ก, เท่ากันหรือต่างกันอย่างไร เนื่องจากไม่เคยวัดเก็บสถิติเหมือนที่เคยทำกับอวัยวะอื่น แล้วเราก็ไม่เคยใส่ใจหัวนมของตัวเอง เราแค่ล้างสบู่แล้วก็เช็ดแห้งลวกๆ  เหมือนที่เราทำกับอวัยวะสั่วๆ อวัยวะอื่น จะมีใครเสียเวลาไปพลิกพวกมันดูว่าสะอาดดีหรือยัง? สีและขนาดเปลี่ยนไปหรือไม่ อย่างไร?
ผมกลุ้มเพราะผมค่อนข้างแน่ใจว่าพวกมันใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อสิบปีที่แล้วแน่ๆ  
-แล้วข้างซ้ายก็อวบเต่งกว่าข้างขวาแน่ๆ     
มันเกิดอะไรขึ้น เมื่อสิบปีที่แล้ว หัวนมของเราเป็นอย่างไร?

การเฝ้าสังเกต(observe)หัวนมตัวเองนั้นทำได้ยากมาก เพราะมันเป็นอวัยวะที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์อยู่ตลอดเวลา ถ้าคุณลองเฝ้ามองพวกมันให้นานสักหน่อย คุณจะรู้ว่า มันรับรู้และตอบสนองกับทุกสิ่งทุกอย่าง เช่นแค่คุณขนลุกเพราะอากาศเปลี่ยน, สีและขนาดของพวกมันก็จะเปลี่ยนตาม บางทีแค่ขยับร่างกาย แค่หาวหรือหายใจรด มันก็ขยับเปลี่ยนรูปไปได้อีก การสังเกตการณ์จึงต้องทำด้วยความระมัดระวัง และต้องใช้สมาธิสูง
มันเป็นวัตถุที่ศึกษายากจริงๆ  การวัดขนาดเพื่อเก็บข้อมูลนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะมันอ่อนไหวไวต่อการสัมผัสอย่างยิ่ง ไปจับไปโดนก็มีอันเปลี่ยนรูปไป เหมือนใบไมยราบ* คุณไม่มีทางได้ข้อมูลที่ถูกต้อง
ที่ยากกว่าคือคุณจะต้องมีสภาพร่างกายและอารมณ์ที่ปกติ -เป็นธรรมชาติ แบบต้องมีสมาธิ แต่ก็ต้องไม่จดจ่อเกินไป เพราะอะไร? ก็เพราะถ้าเพ่งมองโฟกัสมากไป คุณก็จะล้าและเกิดความมึนงงสงสัย หัวนมกู? หัวนมใคร? พอเผลอคิดถึงหัวนมคนอื่น มันก็เปลี่ยนรูปไปอีกแล้ว!  
วูบไหวไหลเปลี่ยนไม่เคยหยุด
   
อย่างไรก็ตาม ผมนิ่งอยู่ได้หลายชั่วโมง แอบมองมันอยู่เงียบๆ  (อุณหภูมิและอารมณ์ในห้องถูกควบคุมไว้อย่างเหมาะสม) ตอนนี้มันคงรูป นิ่ง ไม่ขยับ ผมแน่ใจว่า ในสภาวะปกติ, ข้างซ้ายใหญ่กว่าข้างขวาจริงๆ  
แล้วในสภาวะตื่นตัวล่ะ?
ผมใช้น้ำแข็งลูบ แล้วก็ถ่ายรูป**เปรียบเทียบดูความเปลี่ยนแปลงของ ขนาด โทนสี เท็กซ์เจอร์..
-ข้างซ้ายก็ยังใหญ่กว่าข้างขวาอยู่ดี
What is going on? มันเกิดอะไรขึ้น?

เพราะผมถนัดขวา ใช้แขนขวามากกว่า ร่างกายส่วนขวา(รวมทั้งหัวนม)จึง lean เป็นกล้ามเนื้อ? ส่วนร่างกาย(และหัวนม)ด้านซ้ายกำลังถูกพอกด้วยไขมัน มันจึงท้วมกว่า?
หรือจะเป็นเพราะ :
คนส่วนใหญ่ถนัดขวา มีแนวโน้มที่จะใช้มือข้างขวา และเลือกสิ่งของที่อยู่ทางด้านขวา.. เช่นถ้าคุณลองวางนมสดสองแก้วไว้บนโต๊ะ แก้วใบที่อยู่ด้านขวาจะถูกหยิบมาดื่มก่อนเสมอ..
เวลาประจันหน้า, ด้านขวาของคุณ ก็คือด้านซ้ายของผม..
มันจึงเป็นธรรมดา ที่หัวนมข้างซ้ายของผมจะตกเป็นเป้าหมายแรก, เสมอ
แล้วก็เป็นธรรมดา หมดไปหนึ่งแก้ว ก็ไม่สามารถดื่มแก้วที่สองต่อได้อีก (อาจจะแตะต้องบ้างก็เพียงเพื่อให้พ้นข้อหาเลือกปฏิบัติ / discrimination) แก้วที่สองก็จึงถูกละเลย เรื่อยมา


ผมจะทำอย่างไร?
“เลือกคู่สนทนาที่ถนัดซ้ายสิ”, เพื่อนผมช่วยหาทางออก.
 
 



( *ไมยราบ มีคุณสมบัติพิเศษคือ หากได้รับแรงสั่นสะเทือน ใบและก้านใบจะตอบสนองโดยการหุบตัวลงอย่างรวดเร็ว http://th.wikipedia.org/wiki/ไมยราบ)

( **รูป หนึ่งชุดมีสิบสองภาพ ใบละห้าบาท แยกจำหน่าย ซื้อยกชุดค่าส่งฟรี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ chubbyhole.net )


Porn King : Ron Jeremy

posted on 27 Sep 2009 20:03 by chubbyhole  in Head-in-the-Hole

ตอนแรกๆ ที่ได้ยินคำว่า รักร่วมเพศ ผมสงสัยว่า มีใครบ้าง ไม่รักการร่วมเพศ? ผมนั้นรัก รักแบบโหยหาเลยทีเดียว  
homosexual -รักร่วมเพศ, จริงเหรอ?
sexual ไหนก็รักการร่วมเพศกันทั้งนั้นแหละ มันเป็นคำแปลที่ทำให้ผมสับสน
..ไหนๆ ก็สับสนกันไปแล้ว, ตอนนี้ถ้าจะพูดถึงคนที่รักร่วมเพศมากมากมากมากที่สุด
มันก็ต้องคนนี้เลย : Ron Jeremy..

เพื่อนของผม ชื่อหนุ่ม ชอบดูหนังโป๊มาก ดูเสร็จก็ฟุ้งซ่าน –อิจฉาพระเอกผู้มีน้ำอดน้ำทนสูง หนุ่มมีความฝัน เขาอยากทำอย่างนั้นได้บ้าง ผมก็อยู่ในอุตสาหกรรมหนังโป๊ (เป็นผู้ซื้อ) ผมบอกหนุ่มว่า เขาใช้วิธี “ตัดต่อ” น่ะหนุ่ม หนังมันมาจากภาพหลายๆ ชุด หลายมุม หลายเวลา ผู้แสดงฝ่ายชายอาจจะตื่นเต้นและบรรลุไปในสามนาทีแรกของการถ่ายทำ ก็เป็นไปได้ และก็ไม่เป็นไร เพราะเขาสามารถเก็บฉากบรรลุ / cum shot นี้ไปตัดใส่ไว้ในตอนท้าย บางทีถ่ายหลายวัน ถ่ายบ้าง พักบ้าง ตัดไปตัดมา หนุ่มอย่าคิดมากไปเลย อีตาพระเอกเขาไม่ได้ทำ-เป็นชั่วโมง เนียนและต่อเนื่องอย่างที่หนุ่มเห็นหรอก.. (-ผมอยากเป็นคนตัดต่อหนังโป๊ ผมเชื่อว่าผมทำได้ดี)
 
ท่านผู้อ่านที่อยู่ในวัยเดียวกับผม คงจะคุ้นเคยกับพระเอกหนังโป๊ Ron Jeremy, เขาเป็นขวัญใจของเด็กๆ ทั่วโลก ถ้าคุณเคยตระเวนดูหนังโป๊ตามบ้านเพื่อน คุณก็คงจะเคยเห็นพี่รอนผ่านหูผ่านตามาบ้าง เพราะแกเล่นหนังเยอะ ร่วมแจม ร่วมเอากับเขาให้ทั่วไปหมด รอนอ้วน เตี้ย ขนเยอะ (จนมีชื่อเล่นว่า Hedgehog -เม่น) ออกจะเป็น “ของแปลก” สำหรับคนทั่วไป แต่รอนน่ะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ทั่วโลก ก็เพราะเขาดูน่าเกลียดมากกว่าน่ารัก แต่กลับได้ปะฉะดะกับดาราพอร์นสวยๆ อึ๋มๆ ระดับโลก, จำนวนมาก
เขาจึงเป็นไอด้อล เป็นฮีโร่ของเด็กๆ และผู้ชายหลายคน – “เห็นไหม, ดูรอนสิ..”

ปี 2002, มีหนังชีวประวัติของเฮียแกออกฉาย (Porn Star : The Legend of Ron Jeremy) ผมรู้ข่าวก็ตั้งใจไปดู หนังสารคดีเกี่ยวกับชีวิตของดาราหนังโป๊ แหม มันน่าสนใจตั้งแต่คอนเส็ปท์แล้ว วันนั้นผมยืนที่หน้าตู้ขายตั๋ว คู่รักชายหญิงเดินผ่านมา พอเห็นโปสเตอร์หนัง ฝ่ายชายก็ตะโกนบอกฝ่ายหญิงว่า “เรื่องนี้ต้องดู! ผมชอบเค้ามาตั้งแต่เด็ก!” แล้วทั้งคู่ก็มาเข้าคิวต่อจากผม เห็นไหม, ใครก็รักรอน
บนจอหนัง เฮียรอนในวันนี้ น่าเกลียดกว่าเก่า -อ้วนย้วย ไว้หนวดแบบเล็กคาราบาว และไว้ผมยาว
ประบ่าเป็นลอน (น่าเกลียดมาก, พูดตรงๆ ว่าเหมือน pimp) หนังเล่าประวัติของรอนตั้งแต่เกิด, สัมภาษณ์ครอบครัว คนสนิท เพื่อนฝูง มีภาพกิจวัตรของรอน ที่บ้าน ที่ทำงาน ไปโชว์ตัว ไปสตูดิโอ ผมว่ารอน “ลำลอง” มากเกินไปครับ สวมเสื้อฮาวาย กางเกงขาสั้น ชอบหอบหิ้วถุงกระดาษสี่ห้าใบเดินทางไปไหนต่อไหน ดูเป็นคนที่ซกมก ไม่มีรสนิยม

พ่อของรอนเป็นหมอ แกเล่าให้ฟังว่า รอนทำให้ผู้หญิง(คุณพยาบาล)กรี๊ดตั้งแต่วันแรกเกิด เมื่อพวกเธอเห็นสัดส่วนของรอน เรื่องสัดส่วนนี้.. –เอาเป็นว่า รอนเป็นหนึ่งในผู้ชายไม่กี่คนในโลก ที่สามารถ perform oral sex on himself ก็แล้วกัน (http://www.freeinfosociety.com/article.php?id=62) ในหนัง, รอนบอกว่าปัจจุบันเนื่องจากอ้วนขึ้น ติดพุง จึง perform ได้แต่เพียงส่วนปลาย (tip) เท่านั้น
เฮ่อ..

รอนเข้าสู่วงการแบบง่ายๆ  แฟนสาว(ในตอนนั้น)ส่งรูปเปลือยของเขาไปที่นิตยสาร Playgirl ซึ่งพอได้ตีพิมพ์ รอนก็ “งานเข้า” ทันที ผู้หญิงโทรมาบ้านสายแทบไหม้
แล้วก็มีคนมาเสนองานแสดง.. รอนก็เริ่มสัมมาอาชีพของเขาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ตอนที่กล้องตามไป “ที่ทำงาน” ของรอน -กองถ่ายหนังเอ็กซ์..
ใช่แล้วหนุ่ม, เขาตัดต่อกันจริงๆ  บางวันรอนต้องทำท่าร่วมเพศ (hump) อยู่คนเดียว, ข้างหน้าบลูสกรีน มันเป็นการถ่ายเพิ่มหรือถ่ายซ่อมก็ไม่ทราบ กล้องจับเฉพาะที่ส่วนบนของรอน ตั้งแต่สะดือขึ้นมา รอนต้องทำท่า hump อย่างเมามัน, อยู่ตั้งนานสองนาน.. เสร็จแล้วเขา(ผู้ตัดต่อ)ก็จะเอาช็อตนี้ไปผสมกับฉากอื่นๆ ทีหลังไงล่ะหนุ่ม
นี่มันเป็นการเอาคนละวัน! แถมยังเป็นการเอากับอากาศเปล่าๆ !
วงการมายามันก็เป็นอย่างนี้แหละ

หนุ่มคงผิดหวัง เหมือนเด็กๆ ที่พบว่า idol ของตนไม่ได้แจ๋วจริง
ไม่เลยหนุ่ม การ hump อากาศอาจจะดูหลอกลวง แต่มันเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่จำเป็น ที่จะทำให้หนังสมบูรณ์ พี่รอนนั้นมีความเป็นมืออาชีพที่โดดเด่น ได้รับรางวัลมากมายจากหลายสถาบัน ผมเห็นจะต้องบอกหนุ่มว่า : พี่รอนสามารถ cum ตามคำสั่งได้ครับ ในหนัง, มีอีกฉากที่บันทึกภาพการทำงานของรอน ครั้งนี้ทุกคนในกองถ่ายกำลังตะโกนเชียร์ พวกเขานับถอยหลัง สิบ!, เก้า!, แปด!.. แล้วรอนก็ “มา / cum” จริงๆ เมื่อทุกคนนับถึง “หนึ่ง!”
(ที่หนุ่มไม่ได้ยินเสียงเชียร์เอะอะโวยวายของคนในกองถ่าย ก็เพราะว่าภายหลังพวกเขาพากย์เสียงตัวละครกับเปิดเพลงประกอบทับลงไป)

คนทั่วไปมักจะอิจฉาคนอื่นที่สามารถหาเงินได้จากการทำสิ่งที่เขารัก เช่นชอบร้องเพลงหรือชอบตีเทนนิส แล้วได้เป็นนักร้องอาชีพ, ได้เป็นนักเทนนิสอาชีพ รอนก็เหมือนกัน ได้ทำในสิ่งที่ตนรัก แล้วก็ได้เงินตอบแทน รอนเล่นหนังมาแล้วราวสองพันเรื่อง ได้ร่วมงานกับดาราสาวที่อยู่ในฝันของผู้ชายทั่วโลก จะว่าไปก็เหมือนพ่อพันธุ์สุกรที่งานเข้าตลอดเวลา
จึงกล่าวได้ว่า Ron ยังชีพด้วยการร่วมเพศแบบสุจริต (และสนุก) มาทั้งชีวิต หลายคนอ่านแล้วอาจจะไม่เห็นด้วย และไม่ได้รู้สึกนับถือรอนเหมือนที่ผมเคารพนับถือ แต่ผมเชื่อว่า มันคงจะต้องมีบางเวลา ในบางวัน (อาจจะแค่สักแวบหนึ่ง) ที่คุณจะคิดเหมือนผม, เหมือนหนุ่ม, และเด็กๆ ทั่วโลก – “อิจฉารอนว่ะ...”  ในขณะที่หนุ่มและเพื่อนหลายคนของผมกำลังเบื่องานที่ทำ.. คุณจะไม่มีทางได้ยินรอนบ่นว่า เบื่อ ไม่เอา ไม่อยากไปทำงาน 


Ron Jeremy
เขารัก(การ)ร่วมเพศที่สุดจริงๆ


 

(ปัจจุบัน รอนอายุ 56  เขาและบริษัทหนังโป๊ Vivid ยังคงต่อสู้ทางศาลกับเว็บไซท์พอร์นบางเว็บไซท์ ที่เผยแพร่หนังโป๊ของ Vivid แบบฟูลเวอร์ชั่น รอนบอกว่าไม่มีใครเอาหนังของสปีลเบิร์กไปโพสท์บนยูทู้บ, รอนรู้สึกว่าที่ Youporn หรือ Porntube ทำอย่างนั้น เพราะพวกเขาเห็นว่าหนังโป๊มันเป็นแค่หนังโป๊ รอนอยากให้หนังโป๊ได้รับการปฏิบัติด้วยเคารพเหมือนหนังทั่วไป
เขาว่า “Piracy is piracy, whether the film is PG, R or X. We deserve the same respect.”
http://torrentfreak.com/ron-jeremy-porn-pirates-080318/)

 

Owner’s Manual

posted on 20 Jul 2009 12:51 by chubbyhole  in Head-in-the-Hole

วันนี้ผมอยากจะบอกเพื่อนๆ ว่า “คู่มือการใช้งาน” (owner’s manual / instruction manual / operating instructions) นั้นสำคัญมาก ที่ผ่านมาผมอ่านบ้างไม่อ่านบ้าง ซึ่ง –ไม่ดี เทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น, มันไม่เคยคุ้ม   
อย่างทีวีที่ซื้อมาเป็นปีแล้ว เพิ่งหยิบคู่มือการใช้มาเปิดอ่านเมื่อวันก่อน
-ต้องถอดปลั๊กและทำความสะอาดมันเป็นประจำ ถ้าปลั๊กถูกเคลือบไปด้วยฝุ่นและโดนความชื้น, ฉนวนที่หุ้มปลั๊กจะเสื่อมสภาพ และอาจทำให้ติดไฟ..  
-Unplug the AC power plug and clean it regularly. If the plug is covered with dust and it picks up moisture, its insulation may deteriorate, which could result in a fire.
..เกือบไปแล้วไหมล่ะ –เกือบทำบ้านไฟไหม้เพราะไม่ทำความสะอาดปลั๊กทีวี!

ก่อนหน้านี้อีก ซื้อคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปมา แล้วก็เอาชอบเอาไปวางบนเตียง.. พออ่านคู่มือจึงรู้ว่าการทำแบบนั้นน่ะมันเสี่ยงที่สุด! แล็ปท็อปนั้นต้องวางบนพื้นผิวที่ราบเรียบเสมอ คู่มือเขาห้ามไว้ชัดเจนว่า “ห้ามวางบนเตียง” (เพราะเตียงมันนุ่มนิ่ม ส่วนที่ฟูของมันจะอุดรูระบายอากาศข้างล่างเครื่อง..) นี่ถ้าผมไม่อ่านคู่มือจะเกิดอะไรขึ้น -ผมก็จะวางคอมไว้บนเตียง แล้วก็ออกไปข้างนอก เครื่องก็จะร้อน แล้วก็ช็อต ติดไฟ, ไหม้เตียง ไหม้บ้านหมด ..
การไม่อ่านคู่มือนี่มันอันตรายจริงๆ


แล้วก็มาถึงประสบการณ์สยอง ที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณสี่ปีที่แล้ว มันอาจจะไม่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับชีวิตและความปลอดภัยของเพื่อนๆ เท่าไรนัก แต่ผมก็ยังอยากจะเล่าอยู่ดี
-ผมเคยใส่ cock ring โดยไม่อ่านคู่มือการใช้งาน...
เนื่องจากมันไม่สัมพันธ์กับชีวิตของเพื่อนๆ ส่วนใหญ่ ผมจึงต้องอธิบายก่อนว่า cock ring (หรือ cockring) นั้น แปลตรงๆ (ให้สุภาพกว่าต้นฉบับ)ได้ว่า “ห่วงจู๋”  แล้วผมก็ควรอธิบายเพิ่มเติมว่าห่วงจูนี่ มันก็มีหลายแบบ หลายดีไซน์ ทำจากวัสดุหลายประเภท เช่น ยาง ซิลิโคน หนัง โลหะ ฯลฯ ผมเห็นชาวบ้านเขาใส่กันแล้วรู้สึกว่ามันเท่ดี มันดูดุดุแบบ S&M (sadomasochism) โดยไม่ต้องใส่ชุดหนังหรือถือแส้  คุณมี“ห่วง”แสดงความขบถได้ โดยไม่ต้องเจาะรู (ที่ใบหู
คิ้ว หัวนม ฯลฯ) แล้วเรื่องดีกรีของความร็อค ความโหด ผมว่า earring, nipplering ดูเด็กๆ ไปเลยครับ,
– “กูใส่ cock ring.” 
เหี้ยมโหดดุดันกว่ากันเยอะ
(เขาว่า
การสวม cock ring มีประโยชน์คือ มันจะรัดไม่ให้เลือดไหลเวียน ทำให้การแข็งตัวยาวนานขึ้น -ผม(ยัง)ไม่มีปัญหาเรื่องระยะเวลาในการแข็งตัว, มันจึงเป็นเรื่องของแฟชั่น ล้วนๆ )

ก็ตัดสินใจไปหาซื้อมาลองใส่เล่น ถึงเซ็กส์ช็อปก็พบว่า cock ring นั้นมีสามไซส์คือ Small, Medium และ Large  ซึ่งใครจะซื้อไซส์ small ให้อับอายขายหน้าคุณแคชเชียร์? ในขณะที่ไซส์ large ก็จะดู “เกินตัว” “เกินฐานะ” (มันจะเหมือน จู๋-เล่น-ฮูลาฮู้ป) ผมจึงเลือกไซส์ medium มันทำจากยาง เรียบๆ ไม่มีอะไรหวือหวา สีดำ
   
กลับมาถึงบ้าน ก็ลองใส่  มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะมันต้องสวมเข้าไปแบบ- “ทั้งหมดทั้งมวล” น่ะสิ, ไม่ใช่แค่จู itself. (cockring มีทั้งแบบที่ สวมจูเท่านั้น, สวมพวง scrotum เท่านั้น และแบบที่สวมรัดไป-ทั้งหมดทั้งมวลอย่างที่ผมซื้อมา) เมื่อคอนเส็ปท์คือความรัดรึง มันจึงต้องใส่ยากใส่เย็น แต่ผมก็พยายามยัดเข้าควักออกจนสำเร็จ เย่!
-ผมส่องกระจกดูความเหี้ยมเกรียม, สักครู่ก็นอนหลับไป

ตอนใกล้เช้า สะดุ้งตื่นเพราะความเจ็บปวด!  เจ็บแบบจุก แบบโดนใครเตะไข่แรงๆ !
ผมตกใจ, รีบถอดห่วงโยนทิ้ง แล้วก็เปิดไฟ ชันสูตรพลิกมันดู เห็นรอยช้ำม่วงปรากฏอยู่โดยรอบ เป็นรอยลึกแบบโดนเชือกรัด 
ภาพของการตอนสุกร
ในบางท้องถิ่นแวบเข้ามาในหัวทันที เคยมีคนเล่าให้ฟังว่า เขาจะใช้หนังยางเส้นหนา รัดเข้าที่ “ทั้งหมดทั้งมวล” ของหมูตัวผู้ แล้วก็ปล่อยเอาไว้อย่างนั้น ให้อวัยวะทั้งพวงมันฝ่อ ตาย และหลุดไปเอง..
-นี่ผมกำลังตอนตัวเองอยู่หรืออย่างไร?     

หยิบ owner’s manual มาอ่าน, ก็พบข้อความ :
“ไม่ควรสวมเกิน 30 นาที”
-กำ...