Melancholy-Hole

ฟ้าคลุ้มฝน

posted on 08 Sep 2007 18:03 by chubbyhole  in Melancholy-Hole

เรียนคุณนางสาวความสุข + เพื่อนๆ ครับ
ขออภัยที่ดอง tag ดอง blog

นางสาวความสุขครับ อันที่จริงผมฟังเพลง 'ทั่วไป' มากเลยครับ Jimi Hendrix, สุนทราภรณ์, Nirvana, Madonna ทุกแนว เรื่อยเปื่อยมาก
เพลงยุคหกสิบเจ็ดสิบผมเริ่มฟังจากซาวแทร็คหนังหลายเรื่อง Platoon, My Girl ชอบมาก ดิบสดดี แต่ผมก็เปลี่ยน favourite ไปเรื่อย ถ้ามันเพราะ, ชอบทั้งนั้น

ผมชอบเพลงเศร้าครับ อย่างเพลงที่เนื้อเพลงชวนละลายเพลงนี้, Tracks of my Tears ในหนัง Platoon (หนังคลาสสิคของโอลิเวอร์ สโตน, recommended) ตอนที่พี่หมีดำ (Forest Witaker) ร้องคลอเพลงนี้กับเพื่อนทหาร, มือถือบ้องกัญชา น่ารักมากเลยครับ



People say I'm the life of the party
Because I tell a joke or two
Although I might be laughing loud and hearty
Deep inside I'm blue
So take a good look at my face
You'll see my smile looks out of place
If you look closer, it's easy to trace
The tracks of my tears..
I need you, need you
Since you left me if you see me with another girl
Seeming like I'm having fun
Although she may be cute
She's just a substitute
Because you're the permanent one..
So take a good look at my face
You'll see my smile looks out of place
If you look closer, it's easy to trace
The tracks of my tears..
I need you, need you
Outside I'm masquerading
Inside my hope is fading
Just a clown oh yeah
Since you put me down
My smile is my make up
I wear since my break up with you..
So take a good look at my face
You'll see my smile looks out of place
If you look closer, it's easy to trace
The tracks of my tears

======================

เพลงต่อไปเป็นเพลงที่เพราะที่สุดเพลงหนึ่งในโลก(แคบๆ)ของผม Time Slip ของ L’arc en Ciel ดนตรีเท่มากครับ ผมชอบชุด Real เพลงร็อคแปลกดี มีสไตล์ เล่นเก่งทั้งวง เคยดูคอนเสิร์ตทาง ITV พวกมันหล่อมากครับ




hanayaka na machi ni irozuku kisetsu
itsumo shiranu ma ni sugisatte
jikan ryokou no tabiji ni oritatta basho wa
haruka na toki no kanata

mou dore kurai kimi to warattenai kana
hanareba nare wa kyori dake janai
kizukanai furi shiteru kedo asobikata o
wasureteshimatta no sa

Passing by Passing by real world

hitomi tojireba hirogatteyuku
Passing by Passing by sweet times
amaku setsunai ashiato

ne~ kimi mo onaji kimochi darou?

Running through without your help
Running through without your vibes
soredemoude o nobashite
sasayaka na yume o bokura wa tadotteyuku

Passing by Passing by real world
awai honoo o tayasanu you
Passing by Passing by sweet times
kyou mo ashita e mukaou

======================

เพลงต่อไปใช้ฟังตอนเป็นบ้า Watching the Wheels ของ John Lennon (โปรดอ่านเนื้อร้องประกอบ)



People say I'm crazy doing what I'm doing
Well they give me all kinds of warnings to save me from ruin
When I say that I'm o.k. well they look at me kind of strange
Surely you're not happy now you no longer play the game

People say I'm lazy dreaming my life away
Well they give me all kinds of advice designed to enlighten me
When I tell them that I'm doing fine watching shadows on the wall
Don't you miss the big time boy you're no longer on the ball

I'm just sitting here watching the wheels go round and round
I really love to watch them roll
No longer riding on the merry-go-round
I just had to let it go

Ah, people asking questions lost in confusion
Well I tell them there's no problem, only solutions
Well they shake their heads and they look at me as if I've lost my mind
I tell them there's no hurry
I'm just sitting here doing time

I'm just sitting here watching the wheels go round and round
I really love to watch them roll
No longer riding on the merry-go-round
I just had to let it go
I just had to let it go
I just had to let it go

======================

แล้วก็เพลงช้าๆ ของ Stray Cats ฟังตอนมอสาม –วงร็อคอะบิลลี่สามชิ้น กีตาร์ กลอง ดับเบิ้ลเบส มือกีตาร์ร้องเอง, เล่นเก่งมาก (Brian Setzer) แต่เพลงนี้เป็นโซโลแซ็กโซโฟน Lonely Summer Nights , ซึ้งขนาด




All those long and lonely summer nights
that I have spent alone
Just thinking of you don't make dreams come true
When you're so far away

All those lovely moonlit summer nights
I guess they're all invain
I know that I could don't know if I should
I want you in my arms again

Here I just sitting lonely
Just counting the days I've to stay
But how do I know I still love you
When you're so far away

All those long and lonely summer nights
I guess they're all in vain
Just thinking of you don't make dreams come true
I want you in my arms again

Here I just sitting lonely
Just counting the days I've to stay
But how do I know I still love you
When you're so far away

All those long and lonely summer nights
I guess they're all in vain
Just thinking of you don't make dreams come true
When you're so far away

We'll be together somehow, someday

======================

เพลงสุดท้ายชวนละลายที่สุด, ฟ้าคลุ้มฝน มีความรัก, คิดถึงใคร ฟังเพลงนี้ตอนฝนตก คุณจะไหลละลายไปกับฝน เจอแผ่น (รวมเพลงสุนทราภรณ์) ในรถใครจำไม่ได้ ผมโชคดีที่ได้รู้จักเพลงนี้ ภาษาเก่าเพราะดี ดนตรีก็ Blues.. เหลือเกิน อาจารย์ดนตรีบอกว่าสุนทราภรณ์ เป็น Jazz Band วงแรกของประเทศไทย ผมไม่แคร์ แต่เพลงพี่ซึ้ง, เป็นทุกข์โศกน่าสงสารถูกใจผมมากครับ ลองฟังดูนะ




ราตรีนี้มืดไม่เห็นเพ็ญโสมส่อง
ดารามิผ่องมืดมัวทั่วมุม
ร้อนรุมหมองไหม้เหมือนไข้รุม
ฟ้าดำมิดมืดเหมือนม่านคลุม
อกเรียมยิ่งคลุ้ม กลุ้มรัญจวน
อัมพรสะท้อนดังครืน ดังใจสะท้านสะอื้น
คงช้ำกล้ำกลืนปั่นป่วน
ฟ้าร่ำไห้เหมือนใจร่ำหวน
เปรียบหัวใจเรียมป่วน
พี่ครวญฟ้าครวญ ตรมใจ
เมื่อยามฝนตกหัวอกยิ่งคลุ้ม คลั่ง
ดุจดังฉันหลั่งน้ำตาไหล
นิจจาโอ้ฟ้ายังร้องไห้ โถตัวข้าหรือจะทนได้
เศร้าใจให้ฝืน ชื่นบาน
ฟ้าแลบดูแวบวับ
แปลบปลาบต้องหลับตา
เหมือนดังนภาร้าวราน
ตัวพี่ร้าวอุราช้านาน
ด้วยความรักทรมาน
อกเอ๋ยยิ่งคิดยิ่งร้าวราน
รักกำซ่านทรวงใน

======================

Tag ต่อตามกฎให้ Bickboon กับ Jabba the Hun (ที่ไม่ทราบจะว่างจากการทำลายล้างหรือไม่, ขออภัยหากรบกวน)

ขอบคุณพี่หมี, ช่วยหาและแปะเพลง


ขอพบในฝัน

posted on 08 Nov 2007 02:59 by chubbyhole  in Melancholy-Hole

 

  

 

hey birds, this is Bird!

posted on 09 Jan 2008 00:41 by chubbyhole  in Melancholy-Hole

การต้องตื่นก่อนเวลาที่อยากตื่น จะเพราะอะไรก็แล้วแต่ ผมว่ามันแย่ที่สุดเลย เพราะผมนอนยาก ตื่นง่าย พอตื่นแล้วก็ไม่สามารถกลับไปนอนต่อได้อีก แล้วผมก็จะ หงุดหงิด

สมัยเรียนอยู่บ้านเช่า ป้าเจ้าของบ้านขายกับข้าวที่ตลาด แกจะเตรียมของในตอนเช้ามืด แกมีเพื่อนข้างบ้านซึ่งคงเตรียมของขายอยู่เหมือนกัน คู่นี้คุยเก่งมากครับ คุยกันข้ามรั้วเสียงแหลมดัง เพื่อนผมไม่เดือดร้อน มันหลับลึก แต่ผมต้องตื่นมาด่าแม่ป้า(ในใจ)ทุกเช้า โกรธสุดๆ ตลอดเทอม ไม่มีความสงบสุขเลย

บ้านที่อาศัยอยู่ในตอนนี้ อะไรก็ดีไปหมด อากาศดี ต้นไม้ครึ้ม สงบเงียบ ยิ่งกลางคืนยิ่งเงียบ แต่มันเงียบอยู่ได้ไม่นานหรอกครับ ผมนอนดึก หลับไปได้สองสามชั่วโมง ฟ้าก็เริ่มสว่าง นกกระจอกสองสามตัวมารวมตัวกันที่กิ่งไม้ข้างหน้าต่างห้องผม, เริ่มส่งเสียงทักทายพูดคุยกัน มันพูดมากและเสียงดังกว่าคุณป้าบ้านเช่าหลายเท่า เรื่องที่คุยก็ซ้ำซาก จิ๊บ! จิ๊บ” “จิ๊บ! อยู่แค่นั้น คำเดียว ตัวโน้ตเดียว จะดังจะเบาก็แค่“จิ๊บ”คำเดียว ก็คงทักทายกัน ไปไหนมา สบายดีเหรอ ตื่นเช้าจังนะ ถามกันอยู่อย่างนี้วนไปวนมา, จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บอยู่ได้ เป็นชั่วโมง -แล้วมันเป็นนก. มันจะมีเรื่องอะไรมาคุยมาเล่ากันมากมาย มันอยู่ด้วยกันทั้งวัน, บินไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลาอยู่แล้ว

คำเดียว, ตัวโน้ตเดียวนี่สิครับ มันน่าอึดอัดรำคาญที่สุด คุณป้าบ้านเช่ายังฟังเสนาะกว่า มีเรื่องราว มีเมโลดี้ แต่อีพวกนกนี่ตะโกน จิ๊บ!”, “จิ๊บ!” จิ๊บอยู่คำเดียว สมกับที่เป็นนกจริงๆ น้ำหนักสมองน้อย และออกจะเป๋อๆ

มันเหมือนฟังคนสองคนคุยกันด้วยคำเพียงคำเดียว
ลองแทนคำว่าจิ๊บเป็นภาษาคน อย่างคำว่า- ได้
 …

ได้

ได้?

ได้ ได้!’

ได้??’
 …

ได้!?’

ได้! ได้!’
 …
 …

ได้?

 …

-มันเหมือนฟังคนบ้าคุยกัน!
พวกมันมีสองสามตัว หรืออาจจะพล่ามอยู่ตัวเดียวก็ไม่รู้ เสียงมันเหมือนๆ กันไปหมด ผมนอนอยู่บนเตียง ถูกหลอนด้วยเสียงตะโกนถามตอบ
ได้ไหม!? ได้! ได้! ได้ไหม!? จนจะบ้าอยู่แล้ว
กูรู้แล้วว่า
ได้ บินๆ ไปเสียที


ผมทนมาหลายวัน ในหัวมีแต่เรื่องการล้างแค้น เพื่อนผมบอกจะทำมันทำไม มันเป็นแค่นก เรื่องนั้นผมเข้าใจ แต่ผมก็อยากให้พวกมันเข้าใจเหมือนกันว่า การโดนปลุกในตอนเช้านั้น มันน่าโมโหแค่ไหน
ผมพบรังของมันหลังจากเดินหารอบบ้านตลอดช่วงบ่าย มันอยู่บนกิ่งมะม่วงหลังบ้านข้างห้องผมนี่เอง ผมเตรียมสายไฟ, ลำโพง, เครื่องเล่น
mp3
แล้วก็มานั่งเลือกเพลงที่ผมจะเปิดปลุกพวกมันบ้าง มันต้องเป็นเพลงที่แสดงให้พวกมันเห็นว่า นี่เว้ย, เวลาคนพูด (หรือเล่น) เขาพูดกันแบบนี้ เป็นร้อยๆ ตัวโน้ต ใส่กันนัวเนีย ให้พวกมันเห็นว่าคนเค้าส่งเสียงกันแบบนี้ ไม่ใช่แค่จิ๊บจิ๊บ โน้ตเดียว, เด็กๆ

แล้วผมก็เลือกเพลงนี้ –Royal Roost Bop จากชุด All Stars Live ของ Charlie Parker (แสดงสดในไนท์คลับ คุณภาพเสียงไม่ค่อยดี) พวกพี่เค้าอัดกันเต็มที่จริงๆ นักดนตรีแต่ละคนก็ระดับโลกทั้งนั้น ใส่กันโวยวายเจี๊ยวจ๊าว ทั้งเพลงมีร่วมหมื่นตัวโน้ต เหมือนคนพูดมาก พูดไม่หยุด

พระเอกคือ Charlie Parker (August 29, 1920 – March 12, 1955) ผมชอบแกเป่าแซ็ก ดนตรีของแกเป็นโปรเกรสสีฟแจ๊สยากๆ สไตล์บีบ็อป แต่ละเพลงฟังลำบากเพราะแกชอบเล่นทำนองหลักนิดเดียว ที่เหลือด้น (improvise) ใส่กันแหลกราญ แต่เพลงฟังยากแบบนี้ ถ้าฟังมันจนเพราะแล้ว มันก็จะเพราะมากจริงๆ (แบบลุ่มหลงอยากเปิดฟังบ่อยๆ )
คุณ
Charlie Parker มีชื่อเล่นว่า
“Bird” (“Yard Bird”) มันยิ่งทำให้การแก้แค้นครั้งนี้เหมาะสมเข้าไปใหญ่ -นกต้องเจอกับ นก ผมจำไม่ได้แล้วว่าทำไมเขาจึงเรียกแกว่า “Bird” แต่ผมคิดและเชื่อเองมาโดยตลอด ว่ามันเป็นเพราะเสียงแซ็กของแก ที่ฟังเหมือนนกบิน มันบินร่าเริง ลูก lick ลูก improvise ร่อนถลา หวือหวาไปหมด เพราะแล้วก็พลิ้วที่สุด

Clint Eastwood (ผู้กำกับ/นักแสดง) เป็นแฟนเพลงของ Charlie Parker มาตั้งแต่เด็ก เขาจึงอยากทำหนังเรื่อง “Bird” (ปี1988), เล่าเรื่องราวหม่นๆ ของมือแซ็กโซโฟนคนนี้
Charlie
“Bird” Parker มีความสามารถสูง แต่มีชีวิตที่เศร้า เขาติดเฮโรอีน และตายเพราะเสพมันเกินขนาด (เฮ่อ, คนโปรดของผม, แต่ละคน..) ในหนัง ตัว Bird แสดงโดยพี่หมีดำ Forest Whitaker

ผมเริ่มฟังเพลงของพี่ Bird จากซาวด์แทร็คหนังเรื่องนี้ มันก็เหมือนอัลบั้มรวมฮิตดีๆ อัลบั้มหนึ่งที่เลือกแต่เพลงเพราะๆ ของ Bird มารวมไว้ นักดนตรีทุกคนเก่งราวกับมาจากต่างดาว ผมชอบฟังเพลงที่มีโซโลดีๆ เนียนๆ ทุกวันนี้ก็ยังฟังอยู่ว่ามันเล่นยังไงวะ รายละเอียดตรงนั้นตรงนี้ เยอะแยะ ผมเลยว่ามันคุ้มดีนะ ดนตรีแบบนี้, ฟังได้นาน ไม่เบื่อ


และสำหรับคุณนกเสียงดัง ตีสามคืนนี้ โดน Charlie Parker แน่นอน ผมตั้งลำโพงไว้ที่หน้าต่างเรียบร้อยแล้ว..

 

 

 

 

 

'นก'อีกเพลงหนึ่งฺ

posted on 10 Jan 2008 16:33 by chubbyhole  in Melancholy-Hole


I mean business.



เป็นหลักฐานว่าผมเอาจริงครับ


-เมื่อเช้าหงอยไปเลย (เสียงจิ๊บอิดโรยแบบคนอดนอน)
พรุ่งนี้ถ้ายังซ่าอีก ผมมีเพลงนี้มาฝาก :



Bebop จากชุดเดียวกันครับ, Enjoy..

 

Wiki says : Bebop or bop is a form of jazz characterized by fast tempos and improvisation based on harmonic structure rather than melody. It was developed in the early and mid-1940s. It first surfaced in musicians' argot some time during the first two years of the Second World War. Hard bop later developed from bebop combined with blues and gospel music.

 

 



The Cardigans
เป็นวงร็อคจากสวีเดน มีนักร้องเป็นผู้หญิงเสียงแมวน่ารัก เธอชอบร้องกระซิบออดอ้อน ผมเพิ่งฟังชุด Long Gone Before Daylight (2003) มีเพลงเพราะมากมาย เนื้อเพลงก็เพี้ยนดี, ถูกใจ อย่างเพลง 3:45 No Sleep ซึ่งเป็นเพลงช้า หวาน ซึ้ง มีท่อนนึง -ฉันตื่นขึ้นพร้อมแมลงสาบ (I’m waking with the roaches) อีกท่อน –ฉันออกเดทกับภูติผีโบราณ (I’m dating ancient ghosts)
เหมือนแต่งตอนเมายาบางอย่าง

เพลงที่ผมนำมาเสนอในวันนี้สิครับ รุนแรงเหลือเกิน And Then You Kissed Me คุณจะได้ยินคำอย่าง hit, strike, beat, punch, blood, force, violent ฯลฯ บ่อยๆ เป็นเพลงที่มีเนื้อหาตบจูบตบจูบชัดเจน บางท่อนคนแต่งใช้คำ “hit”, “strike” (ตบ กระแทก ชน ตี ฯลฯ) ในความหมายว่า “รู้แจ้งเข้าใจขึ้นมา” คือแกอยากใช้คำที่แสดงการปะทะตบตีกันบ่อยๆ นั่นเอง
และมีหลายประโยคที่ขึ้นต้นว่า Man, อย่างงั้น Man, อย่างงี้..
ผมว่าน่ารักดีเวลาผู้หญิงพูด เหมือนเด็กวัยรุ่นที่พยายามพูดจาแบบจิ๊กโก๋ Man, I’m bored. Man, it’s hot here. (ทำนอง เฮ่ย, กูเบื่อ หรือ โคตรร้อนเลยว่ะ) เสียงของเธอเรียบร้อย อ่อนหวาน มันเลยออกมาขัดแย้งกวนๆ ดี

น่ารักแบบนี้ จึงอยากจะแปลให้เพื่อนๆ อ่านเล่น กรุณาอ่านประกอบการฟัง จะได้อารมณ์สูงสุด
เช่นเคย : โปรดอย่าสนใจความถูกต้องเที่ยงตรง เห็นจะไม่มี

The Cardigans - And Then You Kissed Me

man, i’ve had a few                                     ฉันเคยผ่านชายมา, ไม่มาก
but they wouldn't quite blow me like ‘you’     ไม่มีใครกระชากใจเท่านาย ‘หยู’
you gave me your name and signed               มันบอกชื่อ พร้อมกับต่อย
with a halo around my eye                           ฝากรอยไว้ รอบตากู

and it hit me like never before                      หลังถูกต่อย บรรลุว่า
that love is a powerful force                         ความรักนี้หนา พลังแรง
yes, it struck me that love is a sport              รู้ว่ารัก คือกีฬา (มวย)
so i pushed you a little bit more                    ฉันจึงกล้า ต่อปากต่อคำ

love, you're news to me                       ความรัก, ช่างแปลกใหม่ (ผ่านมาน้อย อย่างที่บอก)
you're a little bit more than i thought    
คือ ฉันไม่ได้คิดว่ามันจะเลยเถิดแบบนี้
you'd be
a mole in my well-fed lawn                    มันเป็นตัวตุ่นทำลายสนามหญ้า
you're a nightmare beating the dawn     มันเป็นฝันร้ายทำลายยามเช้า

oh, it hit me like never before                      โอ, ฉันไม่เคยถูกตบแรงอย่างนี้มาก่อน
that love is a powerful force                         รักช่างเร่าร้อน พลังแรง
yes, it struck me that love is sport                 ใช่, ฉันเข้าใจ ว่ารักก็คือกีฬา
so i pushed you a little bit more                    ฉันจึงได้กล้า เหิมเกริม

Blue, blue, black and blue                        แล้วเป็นไงล่ะ, ฟก ช้ำ ดำ เขียว
red blood sticks like glue                          เลือดแดงข้น เหมือนกาวเชียว
true love is cruel love                              รักแท้ คือรักโหด
red blood's a power-fuel                          เชื้อเพลิงคือเลือดโฉด
sweet love, tasty blood                           รักหวาน, เลือดหวาน
my heart overfloods                                ท่วมหัวใจ เกินต้านทาน

oh ‘you’ hit me!                                                 โอย ‘ไอ้หยู’ ต่อยฉัน!
yeah, you hit me really hard                                 ใช่, มันต่อยฉันอย่างแรง
man, you hit me!                                                เหียก, มันตบฉัน!
yeah you hit me right in the heart                        ใช่, มันตบป้าง เข้ากลางหัวใจ

lord, i've had my deal                        ท่านเจ้าขา, จริงอยู่, ฉันตกลงเป็นแฟนมันเอง
but i never quite knew how it feels    แต่ฉันไม่รู้นี่ว่ามันจะเป็นแบบนี้
when love makes you wake up sore   ถ้าความรัก ทำให้ตื่นมาแล้วเจ็บไปทั้งตัว
with fists that are ready for more       กำปั้นแห่งความรัก บางทีฉันก็กลัว

and it hit me that love is a game                  รักมันก็เป็นแค่เกม, แค่เกมอะไรซักอย่าง
like in war no one can be blamed                 เหนื่อยจากสงคราม, ก็ให้เหงื่อมันล้าง
yes, it struck me that love is a sport             ช่าย, รู้แล้ว ว่ารักคือกีฬา
so i pushed you a little bit more                   ฉันจึงได้กล้า ต่อปากต่อคำ

oh, blue, blue, black and blue                 โอย โอย, ม่วง ดำ
ฟกช้ำ
red blood sticks like glue                        เลือดข้นนอง แดงก่ำ
true love is cruel love                            รักแท้ นั้น ต้องโหด
red blood's a power-fuel                        หล่อเลี้ยงด้วยเลือดโฉด
sweet love tasted blood                        รักหวาน เลือดอร่อย
my heart overfloods                              ท่วมหัวใจ ล่องลอย

man, you hit me!                                          เหียก, มันตบกูอีกแล้ว!
yeah you hit me really hard                            ใช่! มันตบฉันอย่างแรง
baby, you hit me!                                         หยูจ๋า, หยูต่อยฉัน!
yeah you punched me right in the heart          หยูต่อยฉันป้าง เข้ากลางใจ

and then you kissed me...                   แล้วหยูก็จูบฉัน...
and then you hit me...                        แล้วหยูก็ตบฉัน...
and then you kissed me...                   แล้วหยูก็จูบฉัน...
and then you hit me...                        แล้วหยูก็ตบฉัน...


oh, you haunt me with your violent                 
โอ, หยูหลอนฉัน ด้วยเสียงหัวใจอำมหิต
heartbeat at night
oh, you strike me with your silence baby,         
มันตบตี ไม่พูด ไม่จา, โรคจิต
tonight
why you haunt me with your violence baby,     
จะหลอกหลอนกันทำไมเสียเวลา,
come hit me!                                                ตบฉันเลยหยู!
you haunt me with your violent heartbeat..      หยูหลอนฉันด้วยเสียงหัวใจซาดิสท์...